การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว

forumหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
วีรพงษ์ คำวิชัย asked 7 เดือน ago
ชื่อเรื่อง        การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย                 ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ผู้วิจัย          นางจิราวรรณ หัตถกิจ ปีที่ทำวิจัย     2567-2568 บทคัดย่อ              การดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว โดยอาศัยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ตามแนวคิดของเคมมิสและแม็คแท็คการ์ต (Kemmis and McTaggart, 1988, pp.11) ใน 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planning) การปฏิบัติการ (Action) การสังเกตการณ์ (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว 2) เพื่อศึกษาหาแนวทางในการพัฒนาการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว 3) เพื่อติดตามผลการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1. แบบสังเกต 2. แบบบันทึกการประชุม 3. แบบบันทึกข้อมูลการได้รับความร่วมมือ 4. แบบบันทึกประจำวัน 5. แบบประเมินผลการดำเนินงาน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 36 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง .80 - 1.00 มีความเชื่อมั่นเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา              ผลการวิจัยพบว่า
  1. สภาพและปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
                1.1 สภาพปัจจุบันในการดำเนินงานตามแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย โดยกำหนดรูปแบบการทำงานเป็น 3 แผนงาน ได้แก่                     1.1.1 แผนงานการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์                     1.1.2 แผนงานสถานศึกษาปลอดภัย                     1.1.3 แผนงานส่งเสริมสุขภาพอนามัย                  1.2 ปัญหาในการดำเนินงานตามแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย จากการระดมความคิดเห็น มีดังนี้                     1.2.1 บอร์ดหรือนิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ครบทุกห้อง                     1.2.2 ปัญหาด้านระบบจราจร                     1.2.3 นักเรียนขาดความรับผิดชอบและขาดจิตสำนึกในการดูแลรักษาความสะอาด                     1.2.4 สภาพแวดล้อมขาดความปลอดภัยเป็นที่แพร่พันธุ์ของยุงลาย
  1. แนวทางในการพัฒนาการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชน
บ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว                 2.1 การพัฒนาในวงรอบที่ 1 ดำเนินการในช่วงวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ถึง 30 มีนาคม 2568 ดำเนินการตาม 3 แผนงาน โดยการ 1) จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานชุดต่างๆ 2) จัดทำโครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานศึกษา 3) จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานศึกษาแก่นักเรียนและบุคลากร 4) จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย ในสถานศึกษา 5) สร้างความร่วมมือและกิจกรรมดำเนินการระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย                 2.2 การพัฒนาในวงรอบที่ 2 ดำเนินการในช่วงวันที่ 2 เมษายน 2568 ถึง 20 กันยายน 2568 ดำเนินการตาม 3 แผนงาน โดยดำเนินการเช่นเดียวกับวงรอบที่ 1 เพื่อให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน โดยเพิ่มการกำกับดูแลของครู ส่งเสริมให้นักเรียน มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบและรักษาความสะอาด ส่งเสริมให้ครูมีการจัดป้ายนิเทศแสดงผลงานทุกห้อง กำหนดมาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อให้กับบุคลากร และมีการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการเจ็บป่วย หรือโรคอันเนื่องจากการทำงานในสถานศึกษา และส่งเสริมให้ครูจัดทำแผนงานและงบประมาณดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  1. การติดตามผลการดำเนินกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
                 3.1 กลยุทธ์การบริหารแบบมีส่วนร่วม ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งสามารถระดมความคิด กำหนดแผนการดำเนินงานในวงรอบที่ 2 เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย ได้รับความความอนุเคราะห์ จากหน่วยงานต่างๆ ทีมงานแต่ละแผนงาน กิจกรรม สามารถดำเนินกิจกรรมได้เป็นระบบมากขึ้น                  3.2 กลยุทธ์การติดตามและประเมินผล ในวงรอบที่ 1 จากการร่วมติดตามประเมินผล โดยผู้บริหารสถานศึกษาและกลุ่มผู้ร่วมศึกษา ส่งผลให้การปฏิบัติงานของแต่ละแผนงานมีผลการประเมินการดำเนินงานโดยรวม อยู่ในระดับมาก ในวงรอบที่ 2 มีผลการประเมินการดำเนินงานโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด                  3.3 การถอดบทเรียน หลังจบการพัฒนาในวงรอบที่ 2 ผู้วิจัยและผู้ร่วมศึกษาได้ร่วมกันประชุมถอดบทเรียนทบทวน แผนงาน วิเคราะห์เหตุ และสังเคราะห์สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ และสรุปเป็นข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางการเพื่อส่งเสริมกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย ของโรงเรียนชุมชนบ้านโนนจิก ในอนาคต ควรเพิ่มกลยุทธ์การศึกษาดูงาน เพื่อไปดูการดำเนินงานของโรงเรียนที่ทำกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัยได้สำเร็จ