"PA" กับ "DPA" ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจระบบวิทยฐานะใหม่ ฉบับเข้าใจง่าย ไม่หลงทาง "PA" กับ "DPA" ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจระบบวิทยฐานะใหม่ ฉบับเข้าใจง่าย ไม่หลงทาง

“PA” กับ “DPA” ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจระบบวิทยฐานะใหม่ ฉบับเข้าใจง่าย ไม่หลงทาง

นับตั้งแต่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ หรือ “เกณฑ์ ว.9/2564” คำศัพท์สองคำที่เพื่อนครูได้ยินบ่อยที่สุดจนอาจเกิดความสับสน คงหนีไม่พ้นคำว่า PA และ DPA 1 หลายท่านอาจสงสัยว่าทั้งสองคำนี้คือสิ่งเดียวกันหรือไม่? ต้องทำทั้งสองอย่างทุกปีหรือเปล่า? และสรุปแล้วมันแตกต่างกันอย่างไรกันแน่?

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในจุดนี้ ถือเป็นอุปสรรคด่านแรกที่อาจทำให้การวางแผนความก้าวหน้าในวิชาชีพเกิดการสะดุดได้ บทความนี้จะมาไขทุกข้อข้องใจ เปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณครูทุกท่านเข้าใจความแตกต่างและความเชื่อมโยงของทั้งสองระบบได้อย่างถูกต้อง และสามารถวางแผนเส้นทางสู่การเลื่อนวิทยฐานะได้อย่างมั่นใจ ไม่หลงทาง

“PA” คืออะไร? – หัวใจของการพัฒนางานและการประเมินรายปี

PA ย่อมาจาก Performance Agreement หรือในชื่อภาษาไทยคือ “ข้อตกลงในการพัฒนางาน” 2

ให้คุณครูลองนึกภาพว่า PA คือ “กระบวนการและเนื้อหา” ของการทำงานที่เราต้องทำในทุกๆ ปี มันคือข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร (แบบฟอร์ม PA 1/ส) ที่ข้าราชการครู ทุกคน (ยกเว้นตำแหน่งครูผู้ช่วย) จะต้องจัดทำร่วมกับผู้อำนวยการสถานศึกษาในช่วงต้นปีงบประมาณ (ประมาณวันที่ 1 ตุลาคม) 3

PA มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ หรือที่เรียกกันว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว” 4

  1. เพื่อใช้ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน: ผลการประเมิน PA ประจำปี จะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาความดีความชอบ
  2. เพื่อใช้ในการคงวิทยฐานะ: เป็นการประเมินเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิทยฐานะเดิมที่ครองอยู่
  3. เพื่อใช้เป็นคุณสมบัติในการขอเลื่อนวิทยฐานะ: ผลการประเมิน PA ที่ “ผ่านเกณฑ์” (ได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70) จะถูกสะสมไว้เพื่อเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญเมื่อต้องการยื่นขอวิทยฐานะที่สูงขึ้น 4

ดังนั้น PA คือสิ่งที่คุณครูต้องทำและรับการประเมินในทุกๆ ปีงบประมาณ เปรียบเสมือนแผนการทำงานและสมุดพกประจำปี ที่บันทึกเส้นทางการพัฒนาวิชาชีพของคุณครูอย่างต่อเนื่อง

“DPA” คืออะไร? – ประตูสู่การยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะ

DPA ย่อมาจาก Digital Performance Appraisal หรือ “ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล” 2

หาก PA คือ “เนื้อหา” DPA ก็คือ “ระบบหรือแพลตฟอร์มออนไลน์” ที่สำนักงาน ก.ค.ศ. พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมด 2

DPA มีหน้าที่หลัก 2 ประการ:

  1. เป็นที่จัดเก็บผลการประเมิน PA ประจำปี: ในทุกๆ สิ้นปีงบประมาณ ผู้อำนวยการสถานศึกษาจะทำหน้าที่นำผลการประเมิน PA ของครูทุกคนในโรงเรียนเข้าสู่ระบบ DPA 3 เพื่อบันทึกและจัดเก็บเป็นข้อมูลดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
  2. เป็นช่องทางสำหรับยื่นคำขอเลื่อนวิทยฐานะ: เมื่อคุณครูมีคุณสมบัติครบถ้วน (เช่น มีผล PA ผ่านเกณฑ์ครบ 3 รอบการประเมิน) และต้องการจะขอเลื่อนวิทยฐานะ คุณครูจะต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆ เช่น แผนการจัดการเรียนรู้, คลิปวิดีโอการสอน, และไฟล์ผลงานนักเรียน เพื่อยื่นคำขอผ่าน “ระบบ DPA” นี้เท่านั้น 6

ดังนั้น คุณครูไม่ได้ “ทำ DPA” ทุกปี แต่คุณครูจะ “ใช้ระบบ DPA” ก็ต่อเมื่อต้องการยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะ เท่านั้น เปรียบเสมือนระบบรับสมัครออนไลน์ ที่เราจะเข้าไปใช้งานก็ต่อเมื่อเราพร้อมที่จะยื่นใบสมัครแล้วนั่นเอง

ลิงก์สำหรับเข้าระบบ DPA:https://dpa.otepc.go.th

ตารางเปรียบเทียบ PA vs DPA ให้เห็นภาพชัดๆ

หัวข้อPA (Performance Agreement)DPA (Digital Performance Appraisal)
มันคืออะไร?กระบวนการและข้อตกลงในการพัฒนางาน ที่ทำบนกระดาษ (แบบฟอร์ม PA 1/ส)ระบบหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับจัดเก็บข้อมูลและยื่นคำขอ
ใครเกี่ยวข้อง?ครูทุกคน (ยกเว้นครูผู้ช่วย) ต้องจัดทำข้อตกลงกับ ผอ. 3ผอ.สถานศึกษา (นำเข้าผล PA ทุกปี) และ ครูที่ต้องการเลื่อนวิทยฐานะ (ใช้ยื่นคำขอ) 3
ทำบ่อยแค่ไหน?ทุกปีงบประมาณ (1 ต.ค. – 30 ก.ย.) 6เฉพาะเมื่อต้องการยื่นคำขอเลื่อนวิทยฐานะเท่านั้น (แต่ ผอ. จะบันทึกผล PA เข้าระบบทุกปี) 2
เป้าหมายคืออะไร?1. เลื่อนเงินเดือน
2. คงวิทยฐานะ
3. สะสมผลงานเป็นคุณสมบัติ 3
เพื่อส่งหลักฐานทั้งหมดประกอบการพิจารณาอนุมัติวิทยฐานะที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์คืออะไร?แบบข้อตกลง PA ที่ได้รับความเห็นชอบ และผลคะแนนการประเมินรายปีชุดคำขอในระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยไฟล์วิดีโอ, แผนการสอน, และผลงานนักเรียน

บทสรุป: เข้าใจให้ถูกทาง วางแผนได้ถูกต้อง

โดยสรุปแล้ว PA คือ “สิ่งที่คุณทำ” ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนางานและการประเมินผลที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี ส่วน DPA คือ “เครื่องมือที่คุณใช้” ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลสำหรับจัดเก็บผล PA และเป็นช่องทางเดียวในการยื่นคำขอเลื่อนวิทยฐานะเมื่อคุณสมบัติครบถ้วน

การแยกแยะความแตกต่างของทั้งสองสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจน คือกุญแจสำคัญดอกแรกที่จะช่วยให้คุณครูสามารถวางแผนการทำงาน, การเก็บรวบรวมร่องรอยหลักฐาน, และการเตรียมตัวสู่ความก้าวหน้าในวิชาชีพได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ชุดข้าราชการ หญิงแขนสั้น
ชุดกากี
สั่งซื้อได้เลยจาก Shopee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *