นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal)
ประเภทของนวัตกรรม/วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ด้านการบริหารจัดการศึกษา
ชื่อวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL
โรงเรียน บ้านหนองกระทุงตากแดด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 ศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์
ชื่อ – สกุล ผู้บริหารสถานศึกษา ว่าที่ร้อยตรีวรวิทย์ กมล
จำนวนครูทั้งหมด 6 คน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 77 คน
- หลักการและเหตุผล
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได้กำหนดแนวการจัดการศึกษา ปรากฏในหมวด 4 มาตรา 22, 23 สรุปสาระสำคัญ คือ “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และต้องส่งเสริมผู้เรียน มีการพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ส่วนการจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่เน้นความสำคัญ ทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา” ซึ่งในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดแนวการจัดการศึกษาของชาติไว้ ในหมวดที่ 4 ตั้งแต่มาตรา 22 ถึง มาตรา 30 ซึ่ง สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1) การจัดการศึกษาต้องเน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประสบการณ์การเรียนรู้ยึดหลัก ดังนี้ 1.1) ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 1.2) ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดการเรียนการสอนมุ่งเน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 2) มุ่งปลูกฝังและสร้างลักษณะที่พึงประสงค์ให้กับผู้เรียน โดยเน้นความรู้ คุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและบูรณาการความรู้ในเรื่องต่าง ๆ อย่างสมดุล รวมทั้งการฝึกทักษะและกระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ใช้ความรู้ โดยให้ผู้เรียนมีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติและสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน 3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการรู้จักประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา 4) ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง 5) ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข กระบวนการเรียนรู้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 2) ให้มีการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา 3) จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง 4) จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา 5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ 6) ผู้เรียนและผู้สอนเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน และแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ 7) การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธคักราช 2542) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจึงต้องมีการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความปกติใหม่ โดยมีแนวทางในการบริหาร ได้แก่ การเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอน ด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยี การออกแบบหลักสูตร โดยคำนึงถึงความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน การบริหารจัดการโรงเรียนและครูให้ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้ มีการหารือและวางแผนร่วมกันของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของครูและนักเรียน (Duangchurn. 2020) จึงต้องมีการวางแผนร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ที่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบการจัดการเรียนการสอนและสุขภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียน แต่เนื่องจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (COVID-19) ในครั้งนี้ มีความรุนแรงและขยายตัวในวงกว้างอย่างรวดเร็วมากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการระบาดในโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศให้โรงเรียนในสังกัดและในกำกับ เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ออกไปพร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และสิทธิของนักเรียน โดยให้ผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองเตรียมความพร้อมในด้านอาคาร สถานที่ การจัดการเรียนการสอน และภารกิจอื่น ๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนต้องสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งอาจใช้รูปแบบการเรียนการสอนทางไกลทุกโรงเรียนในจังหวัดพื้นที่สีแดง ให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) On Site คือ ให้มาเรียนตามปกติได้ในพื้นที่ที่ไม่ใช้สีแดง แต่ต้องเว้นระยะหรือ ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง สำหรับจังหวัดพื้นที่สีเขียว สามารถจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ตามปกติ 2) On Air คือ การออกอากาศผ่าน DLTV เป็นตัวหลักในการกระจายการสอน โดยใช้โรงเรียนวังไกลกังวล เป็นฐาน ในการจัดการเรียนการสอน สามารถดูได้ทั้งรายการที่ออกตามตารางและรายการที่ดูย้อนหลัง และ 3) On Hand หากจัดในรูปแบบอื่น ๆ ที่กล่าวมาไม่ได้ ให้โรงเรียนจัดแบบ On Hand คือ จัดใบงานให้กับนักเรียนเป็นลักษณะแบบเรียนสำเร็จรูป ให้นักเรียนรับไปเป็นชุดไปเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน โดยมีครูออกไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวหรือให้ผู้ปกครองทำหน้าที่เป็นครูคอยช่วยเหลือ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้โรงเรียนจะปิด แต่ต้องไม่หยุดการเรียนรู้ หรือรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม สำหรับการวางแผนการตำเนินการจัดการเรียนการสอนในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ต้องเป็นการหารือ วางแผนและประสานงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องเป็นการสร้างทางเลือกในการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ได้เลือกรูปแบบการเรียนรู้ได้ตามความสมัครใจ โดยพิจารณาจากความพร้อมของนักเรียน ผู้ปกครองและครอบครัว รวมทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น ในการเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ของนักเรียนเป็นสำคัญ แต่ไม่ว่าจะเลือกจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใดก็ตาม ทุกโรงเรียนต้องตระหนักเรื่องความปลอดภัย ด้านสุขภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาดำเนินการ ให้เป็นไป ตามระดับของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของพื้นที่ตั้งโรงเรียน โดยโรงเรียนใดในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดงและพื้นที่ควบคุม หรือพื้นที่สีส้ม ประสงค์จะดำเนินการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ให้โรงเรียนแห่งนั้น ดำเนินการประเมินความพร้อมตามระบบ Thai Stop COVID Plus ของกระทรวงสาธารณสุข โดยต้องผ่านข้อกำหนดทั้ง 44 ข้อ และต้องเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่ออนุญาตให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาแห่งนั้นสามารถจัดการเรียนการสอนได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัดและต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการจัดการเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐานกำหนด โดยให้โรงเรียนหารือและวางแผนร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเหมาะสมที่สุดตามบริบทของโรงเรียนมีผลโดยตรงต่อนักเรียนซึ่งจะเป็นกำลังของชาติในอนาคต และส่งผลกระทบในระยะยาว ทำให้เกิดระบบการจัดการศึกษาในรูปแบบใหม่ สถานการศึกษาทุกระดับต้องปรับตัวในสถานการณ์ปัจจุบันและต้องเตรียมเพื่ออนาคตวิกฤตโควิด – 19 เป็น บททดสอบของความจำเป็นครั้งใหญ่ ในการบริหารจัดการศึกษาที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ให้สอดคล้องกับความปกติใหม่ที่เกิดขึ้น ในการศึกษานี้ ผู้พัฒนานวัตกรรมจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อระบบการศึกษา โดยเฉพาะการเรียนการสอน การเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และนำมาพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในชีวิตวิถี ใหม่ โดยการศึกษาแนวทาง มาตรการหรือนโยบาย สำนักงานการศึกษานั้นนั้นฐานและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ทราบถึงสาระสำคัญของแนวทาง มาตรการหรือนโยบายในแต่ละขั้นตอน เพื่อนำมาใช้รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ด้วย PP HAPPINESS MODEL และนำรูปแบบที่ได้มาใช้ในการบริหารจัดการการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเลือกโรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่ศึกษาเนื่องจากบุคลากรมีศักยภาพ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้พัฒนานวัตกรรมเป็นผู้บริหารทำให้สะดวกในการเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการวางแผนงานตลอดจนพัฒนาการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารในภาวะวิกฤต โควิด-19 ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเป็นไปตามเป้าประสงค์ของโรงเรียน
- วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 วัตถุประสงค์
2.1.1. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่
2.1.2 เพื่อหาคุณภาพของรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ด้วย PP HAPPINESS MODEL
2.1.3 เพื่อประเมินความพึงพอใจในการจัดการศึกษาทางไกลในสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
- เป้าหมาย
- เชิงปริมาณ
- ร้อยละ100 ของครูและบุคลากรโรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด มีส่วนร่วมในการ
- เชิงปริมาณ
ดำเนินงานการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL
- ร้อยละ100 ของครูและบุคลากร ได้รับการส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
การพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL
2.1.1.3 ร้อยละ100 ของครูและบุคลากรโรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด มีส่วนร่วมการ
พัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL
2.1.2 เชิงคุณภาพ
2.1.2.1 โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด มีระบบและกลไกการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบ
การบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL ที่พัฒนาขึ้นอย่างประสิทธิภาพได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองชุมชนสังคม
2.1.2.2 ครูและบุคลากรในโรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ
พัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดดโดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL
2.1.2.3 ครูและบุคลากรในโรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดดอมีส่วนร่วมในการพัฒนา
นวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บนพื้นฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) โรงเรียนบ้านหนองกระทุงตากแดด โดยใช้รูปแบบ PP HAPPINESS MODEL