ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (นงลักษ์ ลักษณะวิมล)

ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (นงลักษ์ ลักษณะวิมล)หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (นงลักษ์ ลักษณะวิมล)

ชื่อเรื่อง   ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ                ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย     นางนงลักษ์  ลักษณะวิมล  ตำแหน่ง  ครู  โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด1 (บ้านท่าเรือมิตรภาพที่  30)  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีที่ศึกษา     2562
บทคัดย่อ    
         การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เทียบกับเกณฑ์เป้าหมายของโรงเรียนที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม  และมีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมด 2) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 ก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น และ3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบไม่เข้าขั้นการทดลอง     (Pre-experimental Research) รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียวหรือรายกรณี (One – shot Case Study)  กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด1(บ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 25 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ประกอบด้วย  1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง  ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น จำนวน 6  แผน  ใช้เวลาสอน 12 ชั่วโมง  และ2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  การเปลี่ยนแปลงของสาร  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่าย (P) อยู่ระหว่าง 0.40 – 0.70 ค่าอำนาจจำแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.20 – 0.78 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.95  แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นแบบอัตนัย 3 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ  เท่ากับ  0.54 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ  สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test  for  Dependent  sample ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 70 ขึ้นไป  จำนวน  23  คน  คิดเป็นร้อยละ 92  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนดไว้ ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมและแยกแต่ละด้านคือความคิดคล่องแคล่ว ความคิดริเริ่ม  ความคิดยืดหยุ่นของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  5 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสารโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (x-bar  = 4.66, S.D. = 0.62)