หัวข้องานวิจัย ผลการใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ชื่อผู้วิจัย ฉันทวัฒน์ ฉันทะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ พ.ศ. 2563 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น 2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3.5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบฝึกทักษะเรื่องความน่าจะเป็น แบบทดสอบก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ ผลการวิจัยพบว่า การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะระหว่างใช้แบบฝึกทักษะ (E1) เท่ากับ 89.88 และประสิทธิภาพหลังใช้แบบฝึกทักษะ (E2) เท่ากับ 90.25 แสดงว่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ 89.88/90.25 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ 70/70 ปรากฏว่าแบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น หลังใช้แบบฝึกทักษะมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.05 คะแนนสูงสุดเท่ากับ 20 และคะแนนต่ำสุดเท่ากับ 15 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนมีความก้าวหน้าเฉลี่ยเท่ากับ 6.40 คิดเป็นร้อยละ 32.00 คะแนนความก้าวหน้าสูงสุดเท่ากับ 10 คิดเป็นร้อยละ 50 และคะแนนความก้าวหน้าต่ำสุดเท่ากับ 3 คิดเป็นร้อยละ 15