เรื่อง : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง โคลงสี่สุภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ
โดย : วิภาภรณ์ สอนนนท์ ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การจัดการศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในการเรียนเรื่องการแต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนแต่งไม่ถูกฉันทลักษณ์ ขาดความไพเราะ ขาดความคิดที่จะหาถ้อยคำมาประกอบการเขียนให้เป็นเรื่องราว เลือกใช้คำไม่สอดคล้องกับเรื่องที่เลือกแต่ง ใช้ภาษาพูดแต่งบทร้อยกรอง ขาดแรงจูงใจในการเรียน ดังนั้น จึงแก้ปัญหาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการใช้ชุดฝึกทักษะ มาวางพื้นฐานการเขียนร้อยกรองโคลงสี่สุภาพ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยเฉพาะในด้านการสร้างทักษะหรือความชำนาญให้เกิดแก่ผู้เรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นกว่าเดิม เป็นการพัฒนาทักษะการใช้หลักภาษาไทยและการคิดอีกแนวทางหนึ่ง รวมไปถึงเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ตลอดจนนำผลการศึกษาค้นคว้าไปใช้ในการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้เหมาะกับนักเรียนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- เพื่อสร้างชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
- เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการแต่งโคลงสี่สุภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อน และหลังการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ
- เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ
สมมติฐานของการวิจัย
- ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการแต่งโคลงสี่สุภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพสูงกว่าก่อนเรียน
- ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ ในภาพรวมอยู่ในระดับดี
ขอบเขตของการวิจัย
- ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 2 ห้องเรียน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 65 คน
1.2 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 34 คน ได้มาโดยการเลือกห้องเรียนด้วยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย
- ได้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
- ได้แนวทางในการพัฒนาชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
- ได้แนวทางในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการแต่งบทร้อยกรอง สำหรับนักเรียนในระดับชั้นอื่น ๆ ต่อไป
กรอบแนวคิดในการวิจัย
การวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง โคลงสี่สุภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ มีกรอบแนวคิดการวิจัยดังนี้
ผลสัมฤทธิ์ด้านการแต่ง
โคลงสี่สุภาพ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
โดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ
ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อ
ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ
เครื่องมือและสถิติที่ใช้ในการวิจัย
คือ ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ จำนวน 3 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้การแต่งโคลงสี่สุภาพ จำนวน 8 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการแต่งโคลงสี่สุภาพ ประกอบด้วยแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ แบบทดสอบอัตนัย และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพ จำนวน 3 ด้าน ใช้คำถามแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Ratting Scales) 5 ระดับ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าเฉลี่ย (X̅) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
- หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
- ทักษะการเขียนร้อยกรอง
- โคลงสี่สุภาพ
- ชุดฝึกทักษะ
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ผลการศึกษา
- ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 83.57 และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 81.96 แสดงว่า ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนา มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้ คือมีค่าเกิน ร้อยละ 2.5 สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการแต่งโคลงสี่สุภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพของกลุ่มตัวอย่าง มีค่าเท่ากับ 24.59 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.45 และค่าเฉลี่ย (X̅) ของผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนที่มีค่าเท่ากับ 13.50 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 4.38 ค่าสถิตวิเคราะห์ t เท่ากับ 15.987 และค่า p เท่ากับ 0.000 แสดงว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการแต่งโคลงสี่สุภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยค่าเฉลี่ยด้านรูปแบบ (X̅) เท่ากับ 4.70 (S.D.) เท่ากับ 0.46 ด้านเนื้อหา (X̅) เท่ากับ4.72 (S.D.) เท่ากับ 0.45 และด้านกิจกรรม (X̅) เท่ากับ 4.70 (S.D.) เท่ากับ 0.46