(Best Practice) อ่านเขียนคล่องไม่บกพร่องทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒

(Best Practice) อ่านเขียนคล่องไม่บกพร่องทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ(Best Practice) อ่านเขียนคล่องไม่บกพร่องทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
Wipaporn Sornnon asked 5 ปี ago

๑. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
          สืบเนื่องมาจากปีการศึกษาที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ทำการคัดกรองการอ่านและการเขียนของนักเรียนทุกคนที่เข้ามาศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ โรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ พบว่ามีนักเรียนบางส่วนที่ยังขาดทักษะในการอ่านและการเขียน ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ จากปัญหาดังกล่าวส่งผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในวิชาภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ ต่ำกว่าเป้าหมาย ในฐานะครูภาษาไทยจึงตระหนักและได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการอ่านและการเขียนเป็นทักษะสำคัญในการสื่อสาร โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนในรายวิชาอื่นๆ นักเรียนจำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้ทุกคน และเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในเรื่อง การอ่านออก  เขียนได้ และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จึงได้ดำเนินกิจกรรมนี้เพื่อเป็นการแก้ไข และ พัฒนาการอ่านและการเขียนให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๑   
๒. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

  • เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง
  • เพื่อให้นักเรียนอ่านและเขียน พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง
  • เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางเรียนรายวิชาภาษาไทยให้สูงขึ้น

๓. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

  • คัดกรองและแบ่งกลุ่มนักเรียน
  • วางแผน/กำหนดกิจกรรม
  • ดำเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการอ่านการเขียนภาษาไทย
  • ประเมินผลการอ่านการเขียนของนักเรียน
  • รวบรวม/สรุปผล
  • พัฒนาแก้ไข/ปรับปรุง

 
 
 
          (P:ขั้นวางแผน) 

  1. คัดกรองนักเรียน

1.1 ประเมินทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล
อ่านคำพื้นฐานที่ครูกำหนด
เขียนคำบอกจากคำพื้นฐานนั้น ๆ
          อ่านนิทาน / ข้อความสั้น ๆ        
                                                               บันทึกผลการอ่าน / การเขียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล
                                                               ประเมินผล

  1. 2. กำหนดกิจกรรมการพัฒนารายบุคคล   เป็นการกำหนดวิธีการและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน เพื่อฝึกทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนให้เหมาะสมมากขึ้น

                                                                    
  นักเรียนอ่านไม่คล่อง / เขียนไม่คล่อง

  • ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
  • อ่านนิทาน / บทความ / หนังสือ กับเพื่อนหรือครู บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่าน   บันทึกลงในแบบบันทึกการอ่าน

–     เขียนตามคำบอกทั้งแบบเป็นคำและเป็นประโยคสั้น ๆ

  • ทำชุดฝึกทักษะพัฒนาการอ่านเขียนทั้ง 4 ชุด
  • ทำแบบทดสอบหลังเรียน

 
(D: ขั้นดำเนินงาน)

  1.                    ดำเนินการพัฒนาการอ่าน การเขียน ตามกิจกรรมโดยออกแบบชุดฝึกทักษะพัฒนาการอ่านเขียนและวัดผลโดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

(C: ขั้นติดตาม  ตรวจสอบ ประเมินผล)

  1. ประเมินผลการอ่านการเขียนของนักเรียน เพื่อดูพัฒนาการ การอ่านและการเขียนของนักเรียน

                                                                                                                                                          พัฒนาการของนักเรียน (ดูจากชุดแบบฝึกพัฒนาการอ่านและการเขียน)
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
แบบบันทึกการการอ่าน / การเขียนของนักเรียน    
                                                    ผลสัมฤทธิ์ การเรียนภาษาไทยและกลุ่มสาระ อื่น ๆของนักเรียน

  1. 5.  รวบรวมสรุปผลข้อมูล เพื่อสรุปผลการดำเนินกิจกรรมประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมายมากน้อยเพียงใด         

                                                            นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนดีขึ้นกว่าเดิม
                                                            นักเรียนอ่านและเขียน พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง
                                                  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนพัฒนาขึ้น
          A: ขั้นพัฒนา แก้ไข/ปรับปรุง
          นำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไข โดยตรวจสอบกิจกรรมที่ควรปรับปรุง  และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
ได้แก่  ปรับวิธีการที่ให้พ่อแม่ช่วยเหลือการเรียนของลูก  / จัดให้มีกิจกรรมพี่ช่วยน้องในปีต่อไป ฯลฯ
๔. ปัจจัยความสำเร็จ
            ๑.  ผู้บริหารโรงเรียนให้ความสำคัญและเอาใจใส่กับการดำเนินงาน
         ๒.  การดำเนินกิจกรรมมีเวลาที่เพียงพอ
         ๓.  บุคลกรทุกคนให้ความทุ่มเทในการดำเนินกิจกรรม
         ๔.  การร่วมกิจกรรมของนักเรียนมีความพร้อมทุกครั้ง
๕. บทเรียนที่ได้รับ
            ๑.  การดำเนินงานที่เป็นระบบจะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนที่ยั่งยืน
         ๒.  การดำเนินกิจกรรมต้องอาศัยปัจจัยหลายประการที่สำคัญคือ ปัจจัยด้านบุคลากรในโรงเรียน
          ๓.  การดำเนินกิจกรรมที่บรรลุผลสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่าย
๔.  ผู้ปกครองนับเป็นเครือข่ายการพัฒนาที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน
 
 
๖. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

  1. จัดนิทรรศการเผยแพร่แก่นักเรียน ครูในโรงเรียน
  2. ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของสารสัมพันธ์ของโรงเรียนให้ผู้ปกครองทราบ

๗. การนำเสนอผลงาน

  • กิจกรรมเปิดโลกวิชาการของโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑