วันจันทร์, 1 มีนาคม 2564

เผยแพร่ผลงานวิชาการ กับเว็บไซต์ครูเชียงรายดอทเน็ต

การเผยแพร่ผลงานวิชาการถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณครูผู้ที่ได้ทำวิจัยนวัตกรรมการศึกษาได้เผยแพร่งานของตนเองเพื่อเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครู

ซึ่งแอดมินครูเชียงรายได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงได้ดำเนินการจัดทำเว็บบอร์ดเพื่อให้ครูได้ทำการเผยแพร่ผลงานวิชาการที่ตนเองได้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษาได้เป็นแนวทางกับผู้อื่น

การเข้าไปใช้งานนั้นก็ไม่ยากครับผม เพียงแค่คุณครูคลิกเข้าไปที่ เว็บบอร์ด เผยแพร่ผลงานวิชาการ ก็จะพบลิ้ง https://www.kruchiangrai.net/forums/ แล้วครับผม แล้วก็ดำเนินการโพสบทคัดย่อลงไปได้เลยครับผม

เมื่อดำเนินการเผยแพร่แล้วก็ถือว่าเสร็จสิ้นการเผยแพร่ผลงานแล้วครับผม เมื่อมีผู้ชมเข้ามาอ่านก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการเผยแพร่ผลงานวิชาก็สามารถเข้าไปใช้งานระบบเผยแพร่ผลงานได้กับเว็บไซต์ครูเชียงรายได้ฟรีๆ ครับผม

https://www.kruchiangrai.net/forums/

4 ความคิดเห็น

ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้ศึกษา นายจิรัฎฐ์ หัสสา
สังกัด โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๔
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 2) ศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนเรียนและหลังเรียน และ3) ศึกษาเจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๔ จังหวัดหนองคาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 34 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพัฒนาแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วยแบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ จำนวน 10 เล่ม คู่มือการใช้ แบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ จำนวน 1 เล่ม แบบวัดความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษ และแบบวัดเจตคติต่อการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ดำเนินการ ทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลการศึกษาในระยะเวลาทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกแบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจมีค่าเท่ากับ 82.74/82.85 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
2. ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนมีเจตคติอยู่ในระดับดีต่อการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้แบบฝึกกลวิธีส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากับ 89.97 ค่าเฉลี่ย ( ) = 4.50 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. ) เท่ากับ 0.66

ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ที่เรียนโดยชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน
ผู้ศึกษา นายจิรัฎฐ์ หัสสา
สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๔ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
ปีการศึกษา 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดการสอนด้วยเทคนิค การจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ตามที่กำหนดไว้ 80/80 2) ศึกษาความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ก่อนเรียนและหลังเรียน และ3) ศึกษาเจตคติที่มีต่อการใช้ชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๔ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้ แบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพัฒนาแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และเครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย คือ ชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน จำนวน 10 ชุด คู่มือการใช้ชุดการสอน แบบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ และแบบวัดเจตคติต่อการใช้ชุดการสอน โดยใช้ระยะเวลาในดำเนินการทดลองทั้งหมด 30 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ซึ่งผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน มีค่าเท่ากับ 84.18/84.27 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดีและสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. เจตคติต่อการจัดการเรียนการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดการสอนด้วยเทคนิคการจัด การเรียนรู้ 5 ขั้นตอน อยู่ในระดับดี

คุณครูสามารถเผยแพร่ได้ที่ลิ้งนี้ครับผม
https://www.kruchiangrai.net/forums/

ภาวิณี สกุณา เมื่อ 10/09/2019 14:34

ชื่อเรื่อง รายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย นางสาวภาวิณี สกุณา
ประเภทผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย
ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อ (1) สร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โดยมีวิธีดำเนินกับกลุ่มตัวอย่างเพื่อการทดลองใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่ สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 1 ห้องเรียน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่มด้วยวิธีการจับฉลาก ได้ห้อง ป.3/1 จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 เล่ม คือ เล่มที่ 1 เรื่อง การใช้ศักราชในชีวิตประจำวัน เล่มที่ 2 เรื่อง เหตุการณ์สำคัญของโรงเรียนและชุมชน เล่มที่ 3 เรื่อง การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน เล่มที่ 4 เรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมในท้องถิ่น เล่มที่ 5 เรื่อง ผู้สถาปนาอาณาจักรไทย เล่มที่ 6 เรื่อง บุคคลสำคัญของไทย และเล่มที่ 7 เรื่อง บรรพบุรุษไทย (2) คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบค่า ที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (E1/E2) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.57/85.36 ซึ่งค่าประสิทธิภาพที่ได้มีค่าสูงกว่าเกณฑ์ 80/80
2. นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในภาพรวมมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.79


Loading...