ความประพฤติและการปฏิบัติวิชาชีพครู

บทบาทหน้าที่ของครู ตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ

บทบาทหน้าที่ของครู ตามทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ1. บทบาทของครูครู คือผู้นำทางวิญญาณ ทั้งแก่บุคคลและสังคม ใน 3 ประการคือ (1) สอนให้รู้จักความรอดที่แท้จริง คือการดับทุกข์ (2) สอนให้รู้จักความสุขที่แท้จริง คือความสุขจากการทำหน้าที่ หน้าที่นั้นแยกได้ 2 ประการคือประการที่ 1 คือ การบริหารชีวิตให้เป็นสุข ประการที่ 2 คือ การใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น (3) สอนให้รู้จักหน้าที่ที่แท้จริง คือรู้จักหน้าที่ในฐานะที่เป็นสิ่งสูงสุด รักที่จะทำและมีความสุขในการทำหน้าที่ 2. ครูเป็นผู้สร้างโลก บุคคลในโลกจะดีหรือเลว ก็เพราะการศึกษาและผู้ให้การศึกษา ก็คือครู ดังนั้น ครูจึงเป็นผู้สร้างโลกในอนาคต โดย ผ่านศิษย์ โลกที่พึงประสงค์คือ โลกของคนดีอันเปรียบได้กับ (1) มนุษยโลก คือ สร้างบุคคลที่มีจิตใจสูง(2) พรหมโลก คือ สร้างบุคคลที่ประเสริฐรักเพื่อนมนุษย์ มีพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา (3) […]

บทบาทหน้าที่ ภาระงานของครู

บทบาทหน้าที่ ภาระงานของครู ความหมายของคาว่า “บทบาท” “หน้าที่” และ “ความรับผิดชอบหรือภาระงาน” “บทบาท คือ ภาระที่ต้องรับผิดชอบตามสถานภาพของแต่ละบุคคล” หมายความว่า บุคคลใดมีสถานภาพหรือตำแหน่งอย่างใด ก็ต้องรับผิดชอบตามสถานภาพหรือตำแหน่งของตน ที่ได้มา ไม่ว่าจะได้มาโดยกำเนิด โดยการกระทำ หรือโดยการแต่งตั้งให้เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง “บทบาทของครู” หมายถึง “ภาระที่ผู้เป็นครูต้องรับผิดชอบ” หน้าที่ (Duty) ตามความหมายใน Dictionary of Education นั้น หมายถึง สิ่งที่ทุกคนต้องทำ โดยปกติแล้วภาวะจำ ยอมจะเป็นไปตามหลักศีลธรรมแต่บางครั้งก็เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อตกลง 1. บทบาท คือภาระที่ต้องกระทำตามสถานภาพของแต่ละบุคคล 2. หน้าที่ หมายถึง กิจที่ต้องกระทำ หรือสิ่งที่บุคคลจำเป็นต้องกระทำ ทั้งนี้อาจเป็นความจำเป็นตามหลักศีลธรรม กฎหมาย หรือด้วยความสำนึกที่ถูกต้องเหมาะสม 3. ความรับผิดชอบหรือภาระงาน หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลจะต้องทำให้สาเร็จตามหน้าที่ที่กำหนด หรือ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จอย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ อาจสรุปได้ว่า “บทบาททำให้เกิดภาระ ภาระทำให้เกิดหน้าที่ และหน้าที่ทำให้เกิดความรับผิดชอบ ” ดังนั้น […]

การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน ผู้อำนวยการโรงเรียน

ตอนที่  1  การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน 1 ด้านการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสถานศึกษา 1.1 จัดระบบการประกันคุณภาพ และนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 1.2 กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และแผนกลยุทธ์ 1.3 สร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของครูบุคลากรในสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม 2 ด้านการบริหารการจัดการเรียนรู้ 2.1 บริหารการพัฒนาหลักสูตร 2.2 บริหารจัดการกระบวนการเรียนรู้ 2.3 จัดระบบและนิเทศการจัดการเรียนรู้ 2.4 จัดระบบและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 2.5 บริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ 3 ด้านการบริหารจัดการงานทั่วไปของสถานศึกษา 3.1 บริหารจัดการงบประมาณ การเงินและสินทรัพย์ 3.2 บริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล 3.3 บริหารจัดการอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อมและบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ 3.4 บริหารกิจการนักเรียนและจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 4 ด้านการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ 4.1 วางแผนและพัฒนาตนเองด้านความรู้ และคุณลักษณะบุคคลสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 4.2 ส่งเสริมและพัฒนาผู้อื่นด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 4.3 เป็นผู้นำในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 5 […]

เข้าใจง่ายๆ กับ Mind map จรรยาบรรณวิชาชีพครู

มาตรฐานการปฏิบัติตน (จรรยาบรรณของวิชาชีพ) จรรยาบรรณต่อตนเอง             ๑. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ  จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ             ๒. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ             ๓. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า             ๔. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ            ๕. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ            ๖. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ            ๗. […]

แนวทางการลงโทษทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สถานี ก.ค.ศ. แนวทางการลงโทษทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานี ก.ค.ศ. แนวทางการลงโทษทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน วันนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. มีเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านควรได้รับทราบเกี่ยวกับ มติคณะรัฐมนตรี มติ ก.ค.ศ. และมติ ก.พ. ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการลงโทษทางวินัย เนื่องจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฏระเบียบแบบแผนของทางราชการ และมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด หากมีการละเมิดก็อาจนำไปสู่การถูกลงโทษทางวินัยได้ สำหรับในเรื่องของการปฏิบัติให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีนั้น ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หน่วยงานทางปกครองก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี การกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องใดที่ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีย่อมถือว่า เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.89/2549) เรื่องการเสพสุรา มติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นว. 208/2496 ลงวันที่ 3 กันยายน 2496 ได้วางแนวทางการลงโทษไว้ว่า ข้าราชการผู้ใดเสพสุราในกรณีดังกล่าวต่อไปนี้ อาจเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงได้ คือ – เสพสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ – เมาสุราเสียราชการ – เมาสุราในที่ชุมชนจนเกิดเรื่องเสียหายหรือเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนี้ ได้มีแนวทางการพิจารณาของ ก.พ. ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0709.2/ล […]

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 มาตรฐาน

มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2561 มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2561  มีจำนวน 3 มาตรฐาน  ได้แก่             มาตรฐานที่  1  คุณภาพของผู้เรียน                                     1.1  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน                                     1.2  คุณลักษณะที่พึงประสงค์             มาตรฐานที่  2  กระบวนการบริหารและการจัดการ             มาตรฐานที่  3  กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียด  ดังนี้ มาตรฐานที่  1  คุณภาพของผู้เรียน          1.1  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน                         1)  มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ                         2)  มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน                         ความคิดเห็น […]

ลักษณะการสอนที่ดี

ลักษณะการสอนที่ดี             การสอนมีอยู่มากมายหลายวิธี อย่างไรก็ตามแนวคิดเกี่ยวกับการสอนในปัจจุบัน จะมุ่งเน้นการสอนที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ครบทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติ โดยอาศัยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และผู้สอนจะต้องพัฒนาวิธีการสอนของตนเองอยู่เสมอ เพราะถ้าครูผู้สอนมีการพัฒนาตนเอง มีวิธีการสอนที่แปลกใหม่ ก็จะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจอยากจะเรียน และสิ่งที่สำคัญก็คือ จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการของผู้เรียนในทุกๆ ด้าน ลักษณะการสอนที่ดี ประกอบด้วย                 1. ด้านการเตรียมตัวสอน 1) ครูต้องวิเคราะห์หลักสูตร จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของหลักสูตรหรือบทเรียน มีการเตรียมเนื้อหา สื่อประกอบการเรียนการสอน และแบบวัดผลและประเมินผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรหรือบทเรียน 2) จัดเตรียมกระบวนการเรียนการสอน การจัดห้องเรียน การเตรียมความรู้ ใช้ตำราประกอบการเรียน มีทักษะในการสอนแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับเนื้อหา 3) ผู้สอนจะต้องประพฤติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีการวางตัวที่เหมาะสม มีความมั่นใจ มีความกระตือรือร้น และเตรียมพร้อมในการสอนมาเป็นอย่างดี 4) มีความพร้อมทั้งผู้สอน ผู้เรียน และสภาพแวดล้อมทางการเรียน                 2. ด้านการสอน ประกอบด้วย                         1) สอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน ในด้าน […]

บุคลิกภาพของครูที่ดี

บุคลิกภาพของครูที่ดี  บุคลิกภาพของครูที่ดี ประกอบด้วยบุคลิกภาพ 4 ด้าน คือ บุคลิกภาพทางกาย บุคลิกภาพทางอารมณ์ บุคลิกภาพทางสังคม และบุคลิกภาพทางสติปัญญา ดังต่อไปนี้     1. บุคลิกภาพทางกาย ประกอบด้วย 1.1 ด้านกายภาพ หมายถึง ครูที่มีบุคลิกภาพด้านกายภาพเป็นปกติและน่าศรัทธา น่านับถือ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการอยู่ร่วมกับลูกศิษย์มากกว่าครูที่มีบุคลิกภาพด้านกายภาพผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผิดปกติในทางที่ไม่ดี ลักษณะบุคลิกภาพทางกาย ได้แก่      1) รูปร่างหน้าตา กิริยาอาการ ลักษณะท่าทางที่สง่างาม     2) การแต่งกายที่เหมาะสม คือ การแต่งกาย (รวมถึงแต่งหน้าและทรงผมด้วย) ที่สะอาด เรียบร้อย ดูดี น่านับถือ ถูกกาลเทศะ เรียกว่า Neat and Clean     3) กิริยามารยาท คือ มีกิริยามารยาที่เรียบร้อย สุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล  […]

คุณธรรมที่พึงประสงค์ของครูไทย

(มรรค = อริยมรรค = มัชฌิมาปฏิปทา = มรรคแปด = ทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐ = ทางสายกลาง) 1.สัมมาทิฏฐิ  การเห็นชอบ 2.สัมมาสังกัปปะ  การดำริชอบ 3.สัมมาวาจา  การพูดจาชอบ 4.สัมมากัมมันตะ  การทำการงานชอบ 5.สัมมาอาชีวะ  การเลี้ยงชีวิตชอบ 6. สัมมาวายามะ  การเพียรชอบ7. สัมมาสติ  การระลึกชอบ8. สัมมาสมาธิ  ความตั้งใจมั่นชอบ อริยมรรคจำแนกเป็น 3 กลุ่ม 1.สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสังกัปปะ เป็นเรื่องของปัญญาหรือความสว่าง 2.สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เป็นกลุ่มธรรมที่เกี่ยวกับการรักษาศีลหรือความสะอาด 3.สัมมาวายามะ สัมมาสติและสัมมาสมาธิ เป็นธรรมที่เกี่ยวกับสมาธิหรือความสงบ คุณธรรมของครูเป็นคุณลักษณะหรือองค์ประกอบส่วนสำคัญที่สุดในความเป็นครูของผู้ประกอบวิชาชีพครู เป็นสิ่งที่เกื้อกูลให้ครูปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่เคารพนบนอบของสังคม จรรยาบรรณครูเป็นกฎกติกาที่กำหนดให้ผู้ที่อยู่ในวงการวิชาชีพครูประพฤติปฏิบัติตน เพื่อให้สังคมยอมรับ และยังเป็นการควบคุมให้ผู้ประกอบวิชาชีพใช้วิชาชีพเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด คุณธรรมสูงสุดสำหรับครูไทย คือการเป็นผู้มีมัชฌิมาปฏิปทาเป็นผู้เดินทางสายกลางในการดำรงชีวิต คือเป็นคนมีความสว่าง มีความสะอาดและมีความสงบในดวงใจ ไม่สับสนวุ่นวายในการดำรงชีวิต

การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ควรศึกษา๑.  การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา         ๑.๑  บทบาทคุรุสภาตามกฎหมายสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา         ๑.๒  มาตรฐานวิชาชีพ                     (๑)  มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ                     (๒)  มาตรฐานการปฏิบัติงาน                     (๓)  มาตรฐานการปฏิบัติตน         ๑.๓  การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ         ๑.๓  การดำเนินการกรณีผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ๒.  แนวทางการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ    พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖    กำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม  ประกอบด้วย วิชาชีพครู วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา วิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ศึกษานิเทศก์)  หลักการของวิชาชีพชั้นสูง ๑.    มีบริการต่อสังคมที่ไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาชีพอื่น๒.    มีระยะเวลาศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพยาวนาน พอสมควร  อย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป๓.    มีเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ๔.    มีจรรยาบรรณวิชาชีพ๕.    มีองค์กรวิชาชีพ

ความสัมพันธ์ระหว่างจรรยาบรรณกับวินัย
 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

           พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ • มาตรา ๓๐ • มาตรา ๕๗• มาตรา ๘๔• มาตรา ๑๐๗ (๖)• มาตรา ๑๐๙ มาตรา ๓๐          ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้  ต้องมีคุณสมบัติ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๗   วรรคสอง            ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด  ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา   ผู้นั้น อาจถูกเปลี่ยนตำแหน่งหรือย้ายตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด  เว้นแต่ถูกสั่งพักราชการ  หรือ  ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน             มาตรา ๘๔          ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต   เสมอภาคและ  เที่ยงธรรม     มีความวิริยะอุตสาหะ   ขยันมั่นเพียร     ดูแลเอาใจใส่  รักษาประโยชน์ของทางราชการ  และต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด              มาตรา ๑๐๗ (๖)    […]

ความหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา

จรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา จรรยาบรรณในวิชาชีพครู ความหมาย จรรยาบรรณในวิชาชีพหมายถึงประมวลมาตรฐานความประ พฤติที่ ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องประพฤติปฏิบัติเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อผดุงเกียรติและ สถานะของวิชาชีพนั้นก็ได้ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณ จะต้องได้รับโทษโดยว่ากล่าว ตักเตือน ถูกพักงาน หรือถูก ยกเลิกใบประกอบวิชาชีพได้ ความสำคัญ จรรยาบรรณในวิชาจะเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะจำแนกอาชีพว่าเป็น วิชาชีพหรือไม่ อาชีพที่เป็น “วิชาชีพ” นั้นกำหนดให้มีองค์กรรองรับ และมีการกำหนดมาตรฐานของความ ประพฤติของผู้อยู่ในวงการวิชาชีพซึ่งเรียกว่า “จรรยาบรรณ” ส่วนลักษณะ “วิชาชีพ ” ที่สำคัญคือ เป็นอาชีพที่มี ศาสตร์ชั้นสูงรองรับ มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวิชาชีพมีการจัดการสอนศาสตร์ดังกล่าวในระดับอุดมศึกษา ทั้งการสอนด้วยทฤษฎีและการปฏิบัติจนผู้เรียนเกิดความชำนาญ และมีประสบการณ์ในศาสตร์นั้น นอกจากนี้ จะต้องมีองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนมี “จรรยาบรรณในวิชาชีพ” เพื่อให้สมาชิกในวิชาชีพคำเนินชีวิตตาม หลักมาตรฐานดังกล่าวหลักที่กำหนดในจรรยาบรรณวิชาชีพทั่วไป คือ แนวความประพฤติปฏิบัติที่มีต่อวิชาชีพต่อ ผู้เรียน ต่อตนเอง และต่อสังคม ดังนี้ จรรยาบรรณต่ออาชีพ ผู้ที่อยู่ในวงวิชาชีพจะต้องยึดถือจรรยาบรรณ ในการ ดำรงวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับ

ข้อสอบความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู 20 ข้อ พร้อมเฉลย

1. ข้อใดกล่าวถูกต้องก. มาตรฐานวิชาชีพครูเป็นข้อบังคับ      ข. มาตรฐานวิชาชีพครูเป็นข้อกำหนดค. มาตรฐานวิชาชีพครูเป็นข้อบัญญัติ    ง. มาตรฐานวิชาชีพครูเป็นข้อปฏิบัติ 2. ข้อใดเป็นมาตรฐานวิชาชีพครูก. มาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์ มาตรฐานการปฏิบัติงานข. มาตรฐานความรู้ มาตรฐานการปฏิบัติงาน มาตรฐานการปฏิบัติตนค. มาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์ มาตรฐานการปฏิบัติตนง. มาตรฐานความรู้ประสบการณ์ มาตรฐานการปฏิบัติงาน มาตรฐานการปฏิบัติตน 3. ครูมีจรรยาบรรณวิชาชีพหมายถึงข้อใดก. ครูมีมาตรฐานความรู้                            ข. ครูมีมาตรฐานประสบการณ์ค. ครูมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน              ง. ครูมีมาตรฐานการปฏิบัติตน 4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องก. มาตรฐานวิชาชีพมี 3 ด้าน                   ข. จรรยาบรรณวิชาชีพมี 5 ด้านค. จรรยาบรรณวิชาชีพมี 9 ข้อ                 ง. มาตรฐานการปฏิบัติงานมี 9 ข้อ 5. ข้อใดเป็นจรรยาบรรณต่อตนเองของวิชาชีพครูก. ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ […]

องค์ประกอบของจริยธรรม

องค์ประกอบของจริยธรรม กระทรวงศึกษาธิการได้สรุปองค์ประกอบของจริยธรรมไว้ดังนี้ คือ 1. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ หมายถึง ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำการปฏิบัติ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความมานะพยายาม ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังมี ความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ผลการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่นั้นบรรลุสำเร็จตามความ มุ่งหมาย โดยมีความพยายามที่จะปรับปรุง และแก้ปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ไห้ดีขึ้น 2. ความซื่อสัตย์ หมายถึง การประพฤติปฏิบัติอย่างเหมาะสม และครงต่อความ เป็นจริง ประพฤติอย่างตรงไปตรงมาทั้งกาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผู้อื่น 3. ความมีเหตุผล หมายถึง ความสามารถในการใช้ปัญญาในการประพฤติ ปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง ไม่หลงงมงาย 4. ความกตัญญูกตเวที ความกตัญญู หมายถึง ความรู้สึกสำนึกในการอุปการ คุณที่ผู้อื่นมีต่อเรา กตเวที หมายถึง การแสดงออกและการตอบแทนบุญคุณ ดังนั้น ความกตัญญูกดเวที จึงหมายถึง ความรู้บุญคุณและการตอบแทนต่อผู้อื่นและสิ่งที่มี บุญคุณ 5. การรักษาระเบียบวินัย หมายถึง การควบคุมการประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับจรรยามารยาท ข้อบังคับ กฎหมาย และศีลธรรม ช่วยให้สังคมเป็น […]

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ

จรรยาบรรณ (Code of Conduct) (Professional Ethics) หมายถึง ประมวลกฎเกณฑ์ความประพฤติหรือประมวลมารยาท ของผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆต้องเป็นเอกลักษณ์ทางวิชาชีพ ใช้ความรู้ มีองค์กร หรือสมาคมควบคุม

หลักการบริหารสถานศึกษา

การบริหารนั้นเป็นทั้งศาสตร์ที่ต้องศึกษาเรียนรู้และเป็นทั้งศิลปะที่ผู้บริหารจะต้องนําไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในเชิงของการบริหารสถานศึกษานั้น หลักการบริหารสถานศึกษาหรือการบริหารโรงเรียน มีหลายแบบแต่วันนี้ครูเชียงรายขอแนะนำในส่วนของการบริหารแบบมีส่วนร่วมหรือ Participative Management การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) ในการบริหารสถานศึกษานั้น นอกจากผู้บริหารจะมีบทบาทสําคัญในสถานศึกษาแล้ว ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือบุคคลในองค์การก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้องค์การก้าวหน้าไปได้ด้วยดี การบริหารในปัจจุบันจึงพยายามหาวิธีการที่จะให้มีการยอมรับและความเข้าใจระหว่างผู้บริหารและผู้ที่อยู่ในองค์การ แนวความคิดหนึ่งของการบริหารก็คือ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วม คริส อากีริส (Chris Argyris, n.d. อ้างถึงใน จันทรานี สงวนนาม, 2551: 166) กล่าวว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการจูงใจให้ผู้ร่วมปฏิบัติงานในองค์การ ได้มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมมือในการพัฒนาองค์การที่ปฏิบัติอยู่ด้วยความเต็มใจ ซึ่งประกอบ ไปด้วย 3 ประการ คือ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น สมาชิกขององค์การย่อมมีความผูกพันกับ องค์การที่ตนเองปฏิบัติงานอยู่และมีความปรารถนาที่จะได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การ แม้เพียงได้รับฟังความคิดเห็น ก็ทําให้รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การแล้ว การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดการยอมรับในเป้าหมาย เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นให้ สมาชิกแสดงความคิดเห็นแล้ว ยังช่วยให้เกิดความเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มสมาชิก ทําให้ สมาชิกในองค์การมีเป้าหมายเดียวกัน การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดความสํานึกในหน้าที่ความรับผิดชอบ การที่บุคคลได้ แสดงความคิดเห็นและยอมรับในเป้าหมายเดียวกัน จะช่วยกระตุ้นให้บุคคลเกิดความสํานึกใน หน้าที่ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติงานขององค์การ สรุปได้ว่า […]

วัตถุประสงค์ของจรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา

จรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสิ่งสําคัญ ที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องดําเนินการตามแนวทางของคุรุสภา ตามแบบแผนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ทางการศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณที่ดีงาม เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนในชุมชน และผู้รับบริการ วัตถุประสงค์ของจรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีดังนี้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีวินัยในตนเอง และพัฒนาตนเอง มีวิสัยทัศน์ มีความประพฤติดี สํานึกในหน้าที่ และเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา รัก ศรัทธา และซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ เพื่อให้ครูปละบุคลากรทางการศึกษา รัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กําลังใจ แก่ศิษย์และผู้รับบริการ ด้วยความจริงใจและเสมอภาค เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ อ้างอิง : คู่มือจรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา

บทบาทหน้าที่ของครูในการประกันคุณภาพภายใน

บทบาทหน้าที่ของครูในการประกันคุณภาพภายในควรเป็นดังนี้ 1.มีการเตรียมความพร้อมของตนเอง โดยทำการศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ วิธีการ ขั้นตอนในการประเมินผลภายใน รวมทั้งพยายามสร้างเจตคติที่ดีต่อการประเมินภายใน 2.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในการให้ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปที่คณะกรรมการประเมินผลภายในต้องการ 3.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งของการประเมินผลภายใน เช่น เข้าร่วมพิจารณาจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานด้านการประเมินผลภายในสถานศึกษา ร่วมกันพิจารณาจัดสร้างเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลลักษณะต่างๆ ในกระบวนการประเมินผลภายใน ร่วมกันทำการสำรวจเก็บข้อมูลที่คณะกรรมการสำรวจ ร่วมกันทำการวิเคราะห์ข้อมูล (หากมีความรู้ด้านการวิเคราะห์) ร่วมกันสรุปผลการประเมิน เป็นต้น 4.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา ในการร่วมกันกำหนดจุดประสงค์ กำหนดมาตรฐานและตัวบ่งชี้ในการประเมินด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษาเอง และร่วมกันกำหนดเกณฑ์การตัดสินมาตรฐานและตัวบ่งชี้ในด้านต่าง ๆ 5.ปฏิบัติหน้าที่หลักหรือหน้าที่ประจำที่รับผิดชอบอย่างมีระบบ ตามกระบวนการและสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา เช่น ในหน้าที่การสอนต้องมีการพัฒนาหลักสูตรและแผนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ จัดเตรียมเนื้อหาสาระที่ถูกต้องเหมาะสมกับจุดประสงค์การเรียนการสอน จัดทำสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพตรงตามจุดประสงค์การเรียนการสอน จัดกิจกรรม วิธีการเรียนรู้ที่สร้างให้ผู้เรียนเกิดการค้นคว้าหาความรู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง เลือกวิธีการประเมินผลการเรียนหลากหลายและเหมาะสมรวบรวมผลสรุปผล ประเมินการเรียนการสอน พฤติกรรมของผู้เรียน นำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น อ้างอิง http://www.km.skn.go.th/research http://www.nb2.go.th https://www.dcc.ac.th https://www.scribd.com

งานพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณของวิชาชีพ หมายถึง  จรรยาบรรณวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ประกอบด้วย จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ,จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อสังคม งานพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ วัตถุประสงค์     1. เพื่อดำเนินการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณตามที่ กฎหมายกำหนด 2. เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง สร้างความเชื่อถือศรัทธา และ จูงใจ คนดี คนเก่ง เข้าสู่วิชาชีพครูให้มากขึ้น 3. เพื่อเป็นการประกันคุณภาพการจัดการศึกษา และคุ้มครอง ผู้บริโภค ผู้รับบริการ  ทางการศึกษาให้ได้รับอย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน เอกสาร/ หลักฐานอ้างอิง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘

หลักการบริหารเชิงพุทธศาสตร์

หลักการบริหารเชิงพุทธศาสตร์  ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ไว้ในสัปปุริสสูตร ( พระไตรปิฎกเล่มที่ 23) อันเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเชิงพุทธศาสตร์เพียงหลักธรรมหนึ่ง ให้ยึดหลักการอยู่ร่วมกันและรู้เท่าทันโลก หลักสัปปุริสธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ มี 7 ประการ คือ  ธัมมัญญุตา (Knowing the Law, Knowing the Cause) ความเป็นผู้รู้จักเหตุ คือ รู้ความจริง รู้หลักการ รู้กฎเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมได้ รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้จักหลักการที่จะทำ ให้เกิดผล รวมความว่า การบริหารจัดการในองค์กร ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รู้จักการวิเคราะห์ความจริงที่เกิดขึ้น ตามธรรมชาติ อันว่า “ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เป็นธรรมดา “ โดยพิจารณาหลักการและเกณฑ์แห่งเหตุผลมาบริหารจัดการองค์กร อัตถัญญุตา (Knowing the Meaning, Knowing the Purpose) ความเป็นผู้รู้จักผล หรือความมุ่งหมาย คือรู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย […]

การดำเนินการทางวินัย

สวัสดีครับผม วันนี้แอดมินมีเรื่องความรู้ของการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการครูมาฝากครับผม ซึ่งอยู่ในหมวดของ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู การดำเนินการทางวินัย หมายถึง กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินการในการลงโทษข้าราชการ ซึ่งเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่จะต้องกระทำ เมื่อข้าราชการมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ได้แก่ หลังจากที่ดำเนินการแล้วก็จะมีการ 1.กรณีวินัยไม่ร้ายแรง ได้แก่ 1.1. ผู้อํานวยการสถานศึกษา 1.2. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1.3. นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวงเลขาธิการ อธิบดี 1.4 ตําแหน่งอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้กระทําผิดวินัย 2. กรณีร้ายแรง ได้แก่ 2.1. ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา53 (มาตรา 53 การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ภายใต้บังคับ มาตรา 45 วรรคหนึ่ง มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 58 มาตรา 64 มาตรา 65 มาตรา 66 และ มาตรา 67) 2.2. ผู้มีอํานาจลําดับชั้นสูงกว่าของผู้ถูกกล่าวหาคนหนึ่งคนใด ในกรณีที่กระทําผิดวินัยร่วมกันหลายคน (มาตรา98 วรรคสอง) 2.3. ผู้บังคับบัญชาของผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ ระดับเหนือขึ้นไป (มาตรา100 วรรคหก) 2.4. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด นายกรัฐมนตรี 2.6. […]

หมวด 3  การกำหนดตำแหน่ง

มาตรา 38  ตำแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา  มี  3  ประเภท ดังนี้ ตำแหน่ง ซึ่งมีหน้าที่สอนในหน่วยงานการศึกษา ดังนี้ ครูผู้ช่วย =                มีได้ทุกหน่วยงาน ครู        =                มีได้ทุกหน่วยงาน  ( ครู สพฐ มีแค่ 2 ตำแหน่งนี้ ) อาจารย์  =                มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ =    มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา รองศาสตราจารย์ =      มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ศาสตราจารย์ =          มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ดังนี้ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา อธิการบดี ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น […]

จรรยาบรรณครู

วันนี้แอดมินมี จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 มาฝากทุกท่านครับผม อาจจะเก่าแต่ก็มีหลายประเด็นให้น่าศึกษาครับผม จรรยาบรรณข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า หลักการ การแสดงออกของบุคคลในทางที่ดีเป็นผลมาจากสภาวะจิตใจที่ดีงาม และความเชื่อถือที่ถูกต้องของบุคคลที่มีความรักและเมตตาย่อมแสดงออกด้วยความปรารถนาในอันที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อบุคคลอื่นมีความสุภาพ ไตร่ตรองถึงผลแล้วจึงแสดงออกอย่างจริงใจ ครูจึงต้องมีความรักและเมตตาต่อศิษย์อยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นผลให้พฤติกรรมที่ครูแสดงออกต่อศิษย์ เป็นไปในทางสุภาพเอื้ออาทร ส่งผลดีต่อศิษย์ในทุก ๆ ด้าน คำอธิบาย ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า หมายถึง การตอบสนองต่อความต้องการ ความถนัด ความสนใจของศิษย์อย่างจริงใจ สอดคล้องกับการเคารพ การเห็นอกเห็นใจต่อลัทธิพื้นฐานของศิษย์จนเป็นที่ไว้วางใจเชื่อถือและชื่นชมได้รวมทั้งเป็นผลไปสู่การพัฒนารอบด้านอย่างเท่าเทียมกัน จรรยาบรรณข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ  หลักการ ครูที่ดีต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศิษย์ให้เจริญได้อย่างเต็ม ศักยภาพ และถือว่าความรับผิดชอบของตนจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อศิษย์ได้แสดงออกซึ่งผลแห่งการพัฒนานั้นแล้ว ครูจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพของศิษย์แต่ละคนและทุกคนเลือกกิจกรรมการเรียนที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับการพัฒนาตามศักยภาพนั้น ๆ ดำเนินการให้ศิษย์ได้ลงมือทำกิจกรรมการเรียน จนเกิดผลอย่างแจ้งชัด  และยังกระตุ้นยั่วยุให้ศิษย์ทุกคนได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อความเจริญงอกงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คำอธิบาย ครูต้องอบรมสั่งสอนฝึกฝนสร้างเสริมความรู้ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ หมายถึง การดำเนินงานตั้งแต่การเลือกกำหนดกิจกรรมการเรียนที่มุ่งผลต่อการพัฒนาในตัวศิษย์อย่างแท้จริงการจัดให้ศิษย์มีความรับผิดชอบ และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ตลอดจนการประเมินร่วมศิษย์ ในผลของการเรียนและการเพิ่มพูนการเรียนรู้ภายหลังบทเรียนต่าง ๆ ด้วยความปรารถนาที่จะให้ศิษย์แต่ละคนและทุกคนพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและตลอดไป […]

จริยธรรมที่เป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับครู

จริยธรรม หมายถึง สิ่งที่ควรประพฤติปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมยอมรับ เพื่อสังคมจะได้มีความสงบสุข จริยธรรมมีความสําคัญและมีประโยชน์ทั้งในการดําเนินชีวิตของแต่ละคน และของ สังคม จริยธรรมเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับครูที่มีภาพลักษณ์ของปูชนียบุคคล มี จริยธรรมหลัก ๆ 8 เรื่อง ที่ครูควรยึดมั่น คือ 1. การใฝ่ใจสัจธรรม 2. การใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา 3. เมตตากรุณา 4. สติสัมปชัญญะ 5. ความไม่ประมาท 6. ความซื่อสัตย์สุจริต 7. ความขยันหมั่นเพียร 8. ความมีหิริ-โอตตัปปะ จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ

ความหมาย “จรรยาบรรณ”

ความหมาย “จรรยาบรรณ” จรรยาบรรณหมายถึง ประมวลกฎเกณฑ์ความประพฤติ หรือประมวลมารยาทของผู้ประกอบอาชีพ นั้น ๆ ต้องเป็นเอกลักษณ์ทางวิชาชีพ ใช้ความรู้ มีองค์กรหรือสมาคมควบคุม 1. ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริม เกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ 2. หลักความประพฤติทิี่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีคุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ จรรยาบรรณเกิดขึ้นเพื่อ   มุ่งให้คนในวิชาชีพมีประสิทธิภาพ   ให้เป็นคนดีในการบริการวิชาชีพ   ให้คนในวิชาชีพมีเกียรติศักดิ์ศรีที่มีกฎเกณฑ์มาตรฐานจรรยาบรรณ จรรยาบรรณมีความสำคัญและจําเป็นต่อทุกอาชีพทุกสถาบันและหนว่ยงานเพราะเป็นที่ยึดเหนี่ยวควบคุมการประพฤติปฏิบัติ ด้วยความดีงาม สรุป  ที่มาของจรรยาบรรณ  ก็คือ รูปแบบหนึ่งของจริยธรรมในวงการวิชาชีพเป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์ให้ผุ้ประกอบวิชาชีพยึดถือปฏิบัติ  มีปกาศิตบังคับในระดับ “พึง”  คือพึงทำอย่างนั้น พึงทำอย่างนี้ ไม่ใช้เป็นการบังคับโดยเด็ดขาด  แต่ผลสัมฤทธิ์หรือเป้าหมายของจรรยาบรรณและศักดิ์ศรีของผู้ประกอบวิชาชีพโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคนและเพื่องาน  ดังนั้นในแต่ละวิชาชีพจึงได้กำหนดจรรยาบรรณมากำหนดบทบาทหน้าที่ และพฤติกรรมของสมาชิกในวงกรวิชาชีพ

1 2 3 4
Loading...