วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียนการแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โดยใช้แบบฝึกหัดเขียนไทย

วิจัยในชั้นเรียนการแก้ปัญหาการเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โดยใช้แบบฝึกหัดเขียนไทย จากที่ครูได้พบปัญหาของนักเรียนคือด้านการเขียนครูได้พบนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ มีปัญหาด้านการเขียนไม่ถูกต้อง เนื่องมาจาก นักเรียนยังไม่เข้าใจมาตราแม่สะกด นักเรียนขาดความสนใจ การสรุปการวิจัยในครั้งนี้เป็นการสรุปการวิจัยซึ่งมียังมีเนื้อหาที่ครูต้องฝึกเด็กนักเรียนอีก แต่ช่วงเวลาที่ทำไม่เพียงพอ ครูจึงได้สรุปการวิจัยเท่าที่ครูได้ทำการวิจัยกับนักเรียน             ครูได้ทำชุดฝึกให้แก่นักเรียนซึ่งก่อนที่นักเรียนจะทำชุดฝึก ครูจะอธิบายเนื้อหาให้นักเรียนได้เข้าใจก่อน  ทุกครั้ง ชุดฝึกที่ครูได้จัดทำขึ้นครูเริ่มจากคำที่เขียนง่ายๆ โดยเริ่มจากมาตราตัวสะกดแม่ ก. กา ก่อน   ในชุดฝึกมีการทบทวนทำหลายๆ ครั้งอย่างน้อย ๑๐ ครั้งในแต่ละมาตรา ทำให้นักเรียนมีการทบทวนและ    ฝึกความจำในเด็ก      นักเรียนบางคนก็ยังไม่ค่อยมีสมาธิยังจำไม่ค่อยได้ แต่ครูก็พยายามคิดแบบฝึกสอดแทรกในแต่ละมาตราตัวสะกดมากกว่า ๑๐ ชุด เพื่อนักเรียนจะได้มีความเข้าใจมากขึ้น ครูจะหาคำง่ายและเริ่มหาคำที่ยากขึ้น ครูจะฝึกจน  นักเรียนสามารถเขียนคำได้และนำคำมาแต่งประโยคได้             จากการวิจัยในครั้งนี้ครูยังทำให้นักเรียนมีความมั่นใจมากขึ้น เด็กนักเรียนสามารถที่จะโต้ตอบกับครู     ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งจะแตกต่างกับที่นักเรียนได้ร่วมเรียนกับเพื่อนที่เก่ง ครูจะสังเกตได้จากที่นักเรียนได้โต้ตอบกับครู นักเรียนมีความสุขและดีใจที่เขาสามารถตอบได้ถูกและเขียนได้ถูกต้อง การทำชุดฝึกทุกครั้งจะมีคะแนนให้ทุกครั้งทำให้นักเรียนได้รู้ว่าตนเองมีการพัฒนามากขึ้นเพียงใด แต่จากการวิจัยใช่ว่าจะผ่านหมดทุกคน ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ผ่านในการเขียน ซึ่งครูก็ต้องเก็บมาทำการวิจัยต่อไป โดยจะต้องมีการทำชุดฝึกแบบใหม่ที่จะทำให้เด็กได้เข้าใจได้ง่ายและสามารถทำได้เขียนได้ถูกต้อง การทำวิจัยของครูในครั้งนี้นับว่าผ่านประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งครูก็ดีใจเพราะเด็กนักเรียนสามารถเขียนได้และมีความเข้าใจในมาตราตัวสะกดและสามารถเขียนได้ถูกต้อง จากที่ครูได้ทำการวิจัยในครั้งนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับครูที่จะพัฒนาการสอนของตนเอง และเมื่อมีปัญหาครูก็ควรจะแก้ปัญหานั้นได้ดีขึ้นยิ่งกับนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากที่ครูทุกท่านควรสนใจเป็นอย่างมาก ครูคิดว่าครูจะนำการวิจัยในครั้งนี้ไปปฏิบัติและพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของรายงานทางวิชาการ

วัตถุประสงค์ของรายงานทางวิชาการ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น พัฒนาทักษะการค้นคว้าและการเขียนรายงานทางวิชาการ พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างมีระบบ ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง กระบวนการเขียนรายงานทางวิชาการ การเลือกหัวข้อเรื่อง การกำหนดโครงเรื่อง การสำรวจแหล่งข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การเรียบเรียงเนื้อหาการพิจารณาหัวข้อเรื่อง ความสำคัญ และความสนใจ ขอบเขตของเรื่อง แหล่งข้อมูล ความเป็นไปได้ และเงื่อนไข การจัดลำดับโครงเรื่อง เรื่องกว้าง ๆ เรื่องใหญ่ หรือเรื่องทั่วไปสู่เรื่องเฉพาะ เรื่องเฉพาะสู้เรื่องกว้าง ๆ หรือเรื่องทั่วไป ตามความสำคัญ ตามเหตุการณ์หรือระยะเวลา ตามเหตุและผล ตามสถานที่หรือทิศทาง

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเนรัญชรา  สังกัดเทศบาลเมืองชะอำ

บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง          รายงานการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำ                              วิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเนรัญชรา  สังกัดเทศบาลเมืองชะอำ ผู้วิจัย            นายประกิจ  กิ่งทอง สังกัด            โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา  ปีที่วิจัย          2560   การประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัยในชั้นเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา สังกัดเทศบาลเมืองชะอำ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 2) ประเมินการเรียนรู้ของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 3) ประเมินพฤติกรรมดำเนินงานการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 4) ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดต่อโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผู้ปฏิบัติการสอนของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ในปีการศึกษา […]

หลักการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนให้น่าเชื่อถือและยอมรับได้  ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ปัญหาที่นำมาวิจัยต้องเป็นปัญหาที่แท้จริง  มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นปัญหา  ไม่ใช่เป็นเพียงสาเหตุของปัญหา  เป็นปัญหาที่สามารถหาคำตอบได้ด้วยการวิจัยและเป็นองค์ความรู้ใหม่ ชื่อเรื่องการวิจัยหรือชื่อปัญหาวิจัยต้องมีความกะทัดรัด  และชัดเจนในตัวของมันเอง  เฉพาะเจาะจงและน่าสนใจ  คำว่า  การศึกษาเกี่ยวกับ การวิจัย การทดลอง การวิเคราะห์  การสำรวจ  หรือการค้นหาก็ตาม  คำเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ วัตถุประสงค์ของการวิจัยควรใช้ภาษาที่ชัดเจน  เข้าใจง่าย  ไม่วกวน  หลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซ้อน  นำไปสู่การตั้งสมมุติฐานและสามารถทำการทดสอบได้ วิธีการวิจัยมีความถูกต้องมีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล  และผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีความเที่ยงตรง การสื่อความหมายตั้งแต่ต้นจนจบมีความชัดเจน  สอดคล้องต่อเนื่อง  ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ดี

องค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

                โดยทั่วไปแล้วในรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครู ประกอบด้วย 1) วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2) วิธีการดำเนินการวิจัย 3) ผลการวิจัย 4) ข้อสังเกตหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม 5) สิ่งที่ต้องศึกษาต่อไป  ประเด็นที่น่าสนใจ  และแนวทางในการวิจัยต่อไป หรือควรประกอบด้วย 1) บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  และวัตถุประสงค์ของการวิจัย) 2) แนวคิดที่สำคัญ (และสมมุติฐาน) ของการวิจัย 3) วิธีดำเนินการวิจัย (ตัวแปร  กลุ่มตัวอย่าง  เครื่องมือ  และวิธีการเก็บข้อมูล) 4) การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมาย และ 5) สรุปผล  อภิปราย  และข้อเสนอแนะ จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียนมีลักษณะที่ไม่ยึดรูปแบบของรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมากนัก  รายงานเฉพาะประเด็นที่สำคัญเท่านั้น  สุวิมล  ว่องวาณิช  (2543 : 182)  ได้สรุปว่าการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนไม่ใช่การวิจัยที่ยากเกินความสามารถของครู ทุกคนสามารถทำได้ถ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำ และเมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว  ก็ไม่ต้องกังวลว่าวิธีการวิจัยที่ใช้จะไม่ถูกต้องตามหลักวิชา  เพราะหลักการของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนคือการทำวิจัยเพื่อนำผลไปแก้ปัญหา  เมื่อใดที่ปัญหาในห้องเรียนหมดไป  ครูนักวิจัยไม่ต้องกังวลหรือสงสัยว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เลือกขึ้นมาใช้  มีอิทธิพลส่งผลให้ปัญหาหมดไปจริงหรือไม่  ไม่ต้องกลัวการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิธีวิทยาการวิจัย  การทำวิจัยคือการแก้ปัญหา  ไม่ใช่การสร้างหรือทดสอบความแกร่งของทฤษฎีดังนั้นเพื่อให้มีความเป็นไปได้ในการเขียนรายงานการวิจัยของครู […]

ลักษณะของการวิจัยทางการศึกษา

การวิจัยทางการศึกษามีรากฐานจากการวิจัยปฏิบัติการ เริ่มจากการระบุปัญหาจากการทำงาน เก็บรวบรวมขัอมูลอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ สรุปผล นำผลไปใช้ และระบุปัญหาใหม่ เป็นการรวม การปฏิบัติและการวิจัย เข้าด้วยกัน  เป็นการทดลองแนวคิดทฤษฎีด้วยการปฏิบัติจริงเพื่อการปรับปรุงและพัฒนางานที่กำลังทำอยู่ สำหรับการวิจัยในชั้นเรียนจะมีความเฉพาะเจาะจงของประเด็นที่นำมาวิจัยมากกว่าการวิจัยทางการศึกษาโดยมีลักษณะดังนี้ 1. เป็นกระบวนการที่ผู้ปฏิบัติศึกษาสิ่งที่ตนปฏิบัติอยู่เพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติงานของตนเอง ส่วนมากเป็นกิจกรรมร่วมกันของผู้ที่ปฏิบัติงานเดียวกัน โดยช่วยกันออกแบบ และดำเนินการศึกษา ในชั้นเรียนของตนเอง 2. เกี่ยวข้องกับปัญหาในการปฏิบัติงานประจำวันของผู้วิจัยมากกว่าที่จะเป็นปัญหาทางทฤษฎี เป็นการออกแบบ ดำเนินงาน และนำผลไปใช้โดยครู เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนของตนหรือของกลุ่ม 3. เป็นการขยายบทบาทของครูในการเป็นผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการสอน และการเรียนด้วยการวิจัยในชั้นเรียนอย่างมีระบบ ใช้วิธีการเชิงธรรมชาติ หรือกึ่งธรรมชาติ ใช้เทคนิคการสังเกตเหมือนการวิจัยทางมานุษยวิทยา โดยอาศัยความร่วมมือ ร่วมกับระเบียบวิธีการศึกษารายกรณี 4. ทีมนักวิจัยจะให้การสนับสนุนกันและกัน และมีเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนคำถาม และตอบคำถาม มีการแนะนำ การให้ข้อคิดเห็นในความก้าวหน้าในสิ่งที่แต่ละคนทำ เป็นการขจัดความโดดเดี่ยวอันเป็นลักษณะของการเรียนการสอนแต่ดั้งเดิม เป็นการส่งเสริมการพูดคุยของผู้ที่อยู่ในวงการเดียวกัน เป็นการสร้างวัฒนธรรมทางวิชาชีพในโรงเรียนและระหว่างผู้อยู่ในอาชีพครู อ้างอิง : รศ.ดร.กาญจนา วัธนสุนทร

ตัวอย่าง ผลงานวิชาการและงานวิจัย จากคุณครูทั่วประเทศ

ตัวอย่าง ผลงานวิชาการและงานวิจัย ทางการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญและสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณครูผู้สอนต้องทำการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อผู้เรียนของตนเองจะได้พัฒนาศักยภาพให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ วันนี้ครูเชียงรายมีโอกาสได้เข้าไปใช้งานเว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมผลงานการวิจัย และบทคัดย่อของคุณครูไว้อย่างมากมายหลายฉบับ ผมเลยอยากจะแนะนำให้คุณครูได้ลองเข้าไปใช้งานกันครับผม เยอะมากครับผม คุณครูสามารถเข้าไปศึกษาได้ที่นี่ครับผม http://www.trueplookpanya.com/true/teacher_portfolio_list.php ขอบคุณเว็บไซต์ trueplookpanya.com ครับผม

หลักในการเขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียน

หลักในการเขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียน           เมื่อครูผู้สอนเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนต้องเขียนสรุปผลการวิจัย หากพบว่าผู้เรียนไม่เกิดการเรียนรู้ หรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ครูผู้สอนอาจต้องทำวิจัย ในชั้นเรียนซ้ำอีกครั้งหรือหลายๆครั้ง จนหว่าผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตามเจตนารมณ์ตามหลักสูตรอย่างแท้จริง

ดาวน์โหลด แบบฟอร์มวิจัยในชั้นเรียน

สวัสดีครับผมช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่คุณครูหลายท่านน่าจะยุ่งๆกันอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกีฬา(สี)การแข่งทักษะ และอื่นๆอีกมากมายครับผม ซึ่งทำให้คุณครูหลายท่านไม่ได้สอนเด็กอย่างเต็มที่บางครั้งเจอกันไม่กี่ครั้ง

ข้อสอบการวิจัยในชั้นเรียน พร้อมเฉลย

สวัสดีครับผมวันนี้ผมมีโอกาศได้ศึกษาเอกสารจากหลายๆสำนักและผู้เขียนหลายๆท่านในเรื่องของ งานวิจัยในชั้นเรียน และผมคิดว่าถ้าหากลองนำมาแต่งเป็นข้อสอบอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังศึกษาและคุณครูผู้ที่สนใจ ในงานวิจัยในชั้นเรียนไม่มากก็น้อย วันนี้ผมได้ลองแต่งข้อสอบออกมาทั้งหมด 13 ข้อ ไม่มากไม่น้อยเกินไปสำหรับผม ที่พอจะทำได้ ผมใช้เวลาเกือบ 1 วันเต็มในการแต่งข้อสอบ อยากให้ท่านที่สนใจได้ทดลองทำกันดูครับผม เฉลยอยู่ด้านล่างครับผม และถ้าหากมีข้อสงสัยหรืออยากจะติชมท่านสามารถติดชมได้เต็มที่เลยครับผม ขอบคุณครับ ข้อสอบการวิจัยในชั้นเรียน พร้อมเฉลย 1. การวิจัยในชั้นเรียน หมายถึงอะไร ก. การใช้วิธีไสยศาสตร์เพื่อทำให้การสอนดีขึ้น ข. การใช้วิธีวิทยาศาสตร์ค้นคว้าเพื่อสร้างความรู้ใหม่ทางการศึกษา ค. การค้นคว้าวิธีการเรียนโดยใช้วิธีวิทยาศาสตร์ค้นคว้า ง. การค้นคว้าวิธีการพัฒนาการสอน 2. จุดมุ่งหมายของการวิจัยในชั้นเรียน คือข้อใด ก. ประเมินตัดสินผู้เรียน ข. แก้ปัญหาผู้เรียน ค. พัฒนาผู้เรียน ง. ถูกทั้ง ข และ ค 3. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการวิจัยในชั้นเรียน ก. พัฒนาผู้เรียน ข. แก้ปัญหาผู้เรียน ค. ประเมินตัดสินผู้เรียน ง. หาสาเหตุของพฤติกรรม 4. ขั้นตอนแรกในการทำวิจัยในชั้นเรียนคือขั้นตอนใด ก. รวบรวมข้อมูล ข. กำหนดปัญหา ค. ตั้งสมมุติฐาน ง. วิเคราะห์ปัญหา 5. […]

ขั้นตอนการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน มุ่งแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนเป็นครั้ง ๆ ไป เป็นการวิจัยปัญหาของผู้เรียนในชั้นเรียนของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนเฉพาะชั้นเรียนนั้นๆ  โดยการศึกษาวิเคราะห์ แสวงหาข้อมูลหรือพยายามดึงปัญหาในการเรียนการสอนออกมาและแสวงหาวิธีการเพื่อ   แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยกระบวนการที่เชื่อถือได้ ขั้นตอนการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน สามารถลำดับขั้นได้ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอน เราก็จะพิจารณาผลจากการเรียนการสอนในชั้นเรียน ขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 3 กำหนดวิธีการที่จะดำเนินการแก้ปัญหาหรือพัฒนาอย่างมีเหตุผล เราก็จะศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องนำปัญหามาเชื่อมโยงกับทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ , สร้าง/พัฒนานวัตกรรม,วางแผนการวิจัย,กลุ่มผู้เรียนที่ต้องได้รับการแก้ปัญหา,วิธีการและเครื่องมือ,การรวบรวมข้อมูล,การวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนที่ 4 วิเคราะห์ข้อมูลสรุปผล และขั้นตอนที่ 5 เขียนรายงานการวิจัย เราก็จะชื่อเรื่อง/ประเด็นที่ทำการวิจัย,ที่มาของปัญหา หรือสิ่งที่ต้องการพัฒนา,เป้าหมายของการวิจัย,วิธีการหรือขั้นตอนสำคัญของการแก้ปัญหาหรือการพัฒนา,ผลของการแก้ไขหรือพัฒนา,ข้อเสนอแนะ พอจะสรุปได้ดังนี้ครับผม

ส่วนประกอบของวิจัยในชั้นเรียน

ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ปีการศึกษา 2542 มีคำว่า  “ การวิจัยในชั้นเรียน ”  ซึ่งระบุว่าครูเป็นผู้ทำการระบุดังกล่าวทำให้ต้องมาตีความว่า  การวิจัยในชั้นเรียนคืออะไร  และครูทำอะไรก่อนคือ ควรตั้งคำถามก่อนว่า  อะไรคือการวิจัย  สิ่งที่เรียกว่าวิจัยจะต้องประกอบด้วย มีปัญหาที่จะต้องวิจัยเท่านั้น ระบุสาเหตุได้ มีวิธีการหาข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีการอภิปรายผลเพื่อให้ได้องค์ความรู้ใหม่/วิธีแก้ปัญหาแบบใหม่/คำตอบแบบใหม่ การวิจัยในชั้นเรียนคืออะไร  การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยของครู  อาจารย์  ซึ่งสังเกตพบว่านักเรียน/นักศึกษาบางคนมีปัญหาบางเรื่อง  และเมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาของนักเรียน/นักศึกษาบางคนดังกล่าว  ระบุได้หลายสาเหตุ  จึงเลือกสาเหตุที่ตนสามารถแก้ไขได้  หาวิธีแก้ไข (ซึ่งไม่ใช่วิธีสอนแบบเดิม) ดำเนินการแก้ไขไปพร้อมๆกับการสอนนักเรียน/นักศึกษากลุ่มใหญ่   จนปัญหาดังกล่าวได้รับการคลี่คลาย  จึงเขียนรายงานการวิจัยซึ่งมีความยาว 2 – 3 หน้า ( ดาวน์โหลดวิจัยในชั้นเรียนฟรี ไปดูเป็นตัวอย่างได้ครับ) สรุปการวิจัยในชั้นเรียน  คือ  การที่ครู/อาจารย์ทำการแก้ปัญหานักเรียน/นักศึกษาอ่อน (บางคน บางเรื่อง) เพื่อให้เรียนทันเพื่อน  หรือพัฒนานักเรียน/นักศึกษาเก่ง (บางคน  บางเรื่อง)    เพื่อให้ถึงศักยภาพสูงสุดของเขา

การเขียนรายงานผลการวิจัยในชั้นเรียนแบบง่ายๆ

การเขียนรายงานผลการวิจัยในชั้นเรียนแบบง่ายๆ การรายงานผลการวิจัยในชั้นเรียนนั้น ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบหรือฟอแมต เหมือนกับรายงานผลการวิจัยทางการศึกษาแบบทั่วไป ซึ่งต้องมีทั้งหมด 5 บท

ดาวน์โหลดวิจัยในชั้นเรียนฟรี

วันนี้ครูเชียงรายได้มีโอกาศรวบรวมวิจัยในชั้นเรียนหลายร้อยเรื่อง จากคุณครูหลายๆท่าน ที่ครูเชียงรายได้ไปดาวน์โหลดมา จากหลายๆที่ นำมาแบ่งปันให้กับคุณครูและผู้ที่สนใจ นำไปดูเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นวิทยาทาน ไม่ได้ทำเพื่อการค้าใดๆทั้งสิ้น นำมาแบ่งปันเพื่อการศึกษา จากวิจัยในชั้นเรียนหลายๆที่ และคุณครูหลายๆท่านที่เป็นเจ้าของงานวิจัยในชั้นเรียนเหล่านี้ ทางครูเชียงรายได้คิดแล้วคิดอีกว่าจะเอามาให้ดาวน์โหลดดีไหม ก็เลยไปถามสมาชิกในเเฟนเพจ ปรากฏว่าได้ คำตอบว่าการเป็นการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นวิทยาทาน และเป็นการ copy and development ฯลฯ สำหรับงานวิจัยในชั้นเรียนนี้ถ้าหากท่านเจ้าของหรือผู้ที่คิดว่าไม่เหมาะสมกรุณาแจ้งมาที่อีเมลล์นี้ครับผม kruchiangrai55@gmail.com ทางเราจะดำเนินการแก้ไข เพื่อให้ถูกต้องต่อไปครับผม หวังว่าตัวอย่างงานวิจัยในชั้นเรียน หลายร้อยเรื่องนี้ที่ทุกท่านได้ดาวน์โหลดไปจะเป็นประโยชน์แก่วงการศึกษาและตัวนักเรียนต่อไปครับผม   คลิกโหลดได้ที่ลิ้งด้านล่าง โหลดที่เดียวทั้งหมด ทั้งไฟล์ PDF และ Word รวม  38 MB จาก media files โหลดทีเดียวทั้งหมด ทั้งไฟล์ PDF และ Word รวม 38 MB จาก Google ไดรฟ์   ปล. ถ้าหากโหลดไม่ได้กรุณาแจ้งด้วยครับผม

ความเป็นมาของวิจัยในชั้นเรียน

Classroom Research หรือ วิจัยในชั้นเรียน มีความเป็นมา จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545

ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน

ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน ชื่อเรื่องงานวิจัย    การพัฒนาการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียโดยใช้บทเรียนออนไลน์

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน   การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน  เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน  หลังจากที่ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจนได้ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์แล้ว  การเขียนรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการวิจัยเผยแพร่    ให้ผู้สนใจได้ศึกษา  รับรู้  นำรูปแบบวิธีการดำเนินงานและผลการวิจัยไปใช้ในการปฏิบัติงาน  รวมทั้งเพื่อเสนอเป็นผลงานทางวิชาการสำหรับขอเลื่อนและกำหนดตำแหน่งให้สูงขึ้นด้วย  แต่การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว  แต่เป็นการเขียนเพื่อบันทึกรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการหรือนวัตกรรมที่คิดค้นแสวงหามาใช้ในการแก้ปัญหา การเรียนการสอนของตนเอง  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูด้วยกัน  องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในชั้นเรียนไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเป็นทางการหรือเป็นสากลได้  เพราะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวนน้อยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรโดยทั่วไป  ตลอดจนวิธีการดำเนินการวิจัยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นทางการ หรือความเป็นสากลมากนัก  ดังนั้น ความเชื่อถือได้ของการวิจัยในชั้นเรียน จึงมักไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิจัยหรือนักวิชาการโดยทั่วไปเท่าที่ควร  นอกจากว่าครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียนจะพยายามปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินงานให้มีความเป็นสากล  และมีความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น องค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียน โดยทั่วไปแล้วในรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครู ประกอบด้วย 1) วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2) วิธีการดำเนินการวิจัย 3) ผลการวิจัย 4) ข้อสังเกตหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม และ 5) สิ่งที่ต้องศึกษาต่อไป ประเด็นที่น่าสนใจ และแนวทางในการวิจัยต่อไป หรือควรประกอบด้วย 1) บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา และวัตถุประสงค์ของการวิจัย) 2) แนวคิดที่สำคัญ (และสมมุติฐาน) ของการวิจัย 3) วิธีดำเนินการวิจัย (ตัวแปร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ และวิธีการเก็บข้อมูล) 4) การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมาย และ […]

Loading...