ประเมินโรงเรียน

แนวทาง การประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การศึกษาพิเศษ

การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ทุกฝ่ายว่าการจัดการศึกษาทุกระดับมีคุณภาพ และจะคงรักษาไว้ซึ่งมาตรฐาน กระทรวงศึกษาธิการจึงให้มีการปฏิรูป ระบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีนโยบาย ปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดให้มีจํานวนน้อยลง กระชับและสะท้อนถึง คุณภาพอย่างแท้จริงเน้นการประเมินตามสภาพจริง ไม่ยุ่งยาก สร้างมาตรฐาน ระบบการประเมิน เพื่อลดภาระการจัดเก็บข้อมูล ลดการจัดทําเอกสาร ที่ใช้ในการประเมิน รวมทั้งพัฒนาผู้ประเมินภายในให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ สามารถให้คําชี้แนะและให้คําปรึกษาแก่สถานศึกษาได้ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปรับใหม่จึงมีจํานวนไม่มาก แนวทางการประเมินคุณภาพของสถานศึกษาจะเน้นการเก็บข้อมูล ในเชิงคุณภาพตามบริบทของสถานศึกษา ไม่เพิ่มภาระการจัดทําเอกสาร ให้สถานศึกษารวมทั้งพัฒนาผู้ประเมินภายในให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ สามารถให้คําชี้แนะและให้คําปรึกษาแก่สถานศึกษาได้ปรับกระบวนทัศน์ ในการประเมินที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา(evaluation and development) บนพื้นฐานบริบทของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทุนมนุษย์และเป็นเป้าหมายสําคัญที่สุด ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกคนในสถานศึกษาต้องรับรู้ และปฏิบัติงาน ในหน้าที่ที่รับผิดชอบให้บรรลุถึงเป้าหมายคือมาตรฐานที่สถานศึกษา กําหนดและร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษาที่เกิดขึ้น (accountability) เอกสารเล่มนี้ จัดทําขึ้นตามกรอบกฎกระทรวงการ ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ นโยบายปฏิรูประบบ การประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และประกาศ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๑ สําหรับ ให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางดําเนินงาน เพื่อการประกันคุณภาพภายใน ของสถานศึกษา และเตรียมการสําหรับการประเมินคุณภาพภายนอก […]

การประเมินถึงแม้จะขนเอกสารมาเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ก็ไม่มีประโยชน์

มีคุณครูหลายท่านสะท้อนปัญหาเรื่องของการประเมินโรงเรียน จนทำให้ไม่มีเวลาการจัดการเรียนการสอน มัวแต่ไปทำเอกสาร(ผักชีโรยหน้า)ทำให้ผู้รับบริการหรือนักเรียนนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การศึกษาของประเทศชาติพบกับปัญหา จากคอมเม้นเฟสบุ๊คในหัวข้อ “อบรม สัมมนา ประเมิน ประกวด งานพิเศษของครูไทย” โดยส่วนใหญ่แล้วคุณครูหลายท่านได้สรุปให้ความเห็นว่า ถ้าโรงเรียนพร้อม ผู้อำนวยการพร้อม ครูพร้อม นักเรียนพร้อม และเอกสารหลักฐานพร้อมมีการเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบและสถิติมาตลอด ก็ไม่จำเป็นต้องไปเตรียมอะไรมากมายจนเบียดบังกิจกรรมการเรียนการสอนของครู หลักฐานผลงานที่ผู้ประเมินจะได้รับไปสรุปแล้วแก้ปัญหา เกิดการการตอบคำถามของผู้อำนวยการ ครูและนักเรียน ที่ผู้ประเมินถามมาแล้วตอบได้ หรือยกตัวอย่าง เช่น ให้ผู้ประเมินเดินไปตามห้องเรียนหรือบริเวณโรงเรียนแล้วสุ่มถามคำถามนักเรียนเป็นบางกลุ่มบางคนก็ได้ จากนั้นถามถึงจุดด้อยของโรงเรียนเพื่อสรุปแล้วร่วมหาทางแก้ไขปัญหาพัฒนาให้ดีขึ้นจะได้แก้ถูกทาง ไม่ใช่โรงเรียนเอาแต่ด้านดีๆมาโชว์อย่างเดียว แล้วเอาจุดด้อยซ่อนไว้ไม่ให้ผู้ประเมินรู้ แล้วแบบนี้จะแก้ปัญหาจุดด้อยของโรงเรียนได้อย่างไร การประเมินถึงแม้จะขนเอกสารมาเป็นตู้คอนเทนเนอร์ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าการจัดการศึกษาในสถานศึกษาไม่มีคุณภาพจริงๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นทางการศึกษา ที่ https://www.facebook.com/kruchiangrai

Loading...