วันจันทร์, 3 ตุลาคม 2565

เผยแพร่ผลงานวิชาการ เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และเจตคติ เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย

เว็บบอร์ดหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการเผยแพร่ผลงานวิชาการ เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และเจตคติ เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย

บทคัดย่อ
 
          การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และเจตคติ เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน ให้เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย (3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย (4) เพื่อเปรียบเทียบเจตคติ ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย (5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมศาลา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ แบบวัดเจตคติ แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ สถิติที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent Samples t – test)
          ผลการวิจัย พบว่า

  1. ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.25/81.20 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
  2. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการคิดวิเคราะห์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  4. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ประกอบสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมหนองศาลา มีเจตคติ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  5. ความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนโดยรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.06 แยกเป็นรายด้าน คือ 1) ด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.05 2) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.07 และ 3) ด้านสื่อและแหล่งข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.14 4) ด้านการวัดและประเมินผล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.12

 

ให้คะแนนบทความนี้
[รวม: 1 เฉลี่ย: 5]