การพัฒนารูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เว็บบอร์ดหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
นางคณภร นิลโสม asked 3 เดือน ago

การวิจัยในครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปและสภาพปัญหาของการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นโดยใช้แบบแผนการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 โรงเรียนบัวขาว จำนวน 44 คน เป็นกลุ่มทดลอง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 50  ข้อ แบบวัดการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์จำนวน  20 ข้อ  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Samples)  ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้

  1. สภาพทั่วไป และสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้งานเกษตร ครูงานเกษตรส่วนมากพยายามจัดการเรียนรู้งานเกษตรเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนแต่นักเรียนยังมีพฤติกรรมที่ไม่ส่งเสริมการคิดอย่างสร้างสรรค์
  2. รูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้งานเกษตรเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรียกว่า 2L2SN Model มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการแนวคิดทฤษฎีพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนอง 6) ระบบสนับสนุน ทั้งนี้ได้สังเคราะห์ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น ประกอบด้วยขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการเรียนรู้ (Learning preparation stage : L) ขั้นที่ 2 ขั้นนำสู่ปัญหา (Leading to problems : L) ขั้นที่ 3 ขั้นค้นหาการแก้ไขปัญหา (Steps to find a solution : S) ขั้นที่ 4 ขั้นแบ่งปันประสบการณ์ (Sharing experience) : S) ขั้นที่ 5 ขั้นสร้างสรรค์ความรู้ใหม่  (New knowledge creation stage : N) 
  3. ผลการใช้รูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้งานเกษตรเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปรากฏ ดังนี้

3.1 นักเรียนที่เรียนด้วยดำเนินการพัฒนารูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าจากก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.2 คะแนนการคิดแก้ปัญหา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยก่อนเรียน ระหว่างเรียนและหลังเรียน นักเรียนส่วนมากมีผลการประเมินสมรรถนะของงานอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง พอใช้และดี ตามลำดับ
3.4 นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนสาระการเรียนรู้งานเกษตร           เพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด

คลิกให้คะแนนโพสต์นี้
[Total: 0 Average: 0]