%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4

เว็บบอร์ดหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4
ยะฮารา มะดีเยาะ asked 3 เดือน ago

บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง                  การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ                                                YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ                                          ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัย                     นางสาวยะฮารา  มะดีเยาะ ปีการศึกษา           2562                   การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อประเมินประสิทธิผลรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ 2.1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่เรียนตามรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL ก่อนและหลังเรียน 2.2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนตามรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODELก่อนและหลังเรียน และ2.3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้หลังการเรียนตามรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาล ๑ บ้านจะบังติกอ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองปัตตานี ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม มีนักเรียน จำนวน 26 คน ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยในลักษณะของงานวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานวิธี (Mixed Methods Research) ที่มีลักษณะเป็นแบบแผนเชิงผสมผสานแบบรองรับภายใน (The Embedded Design) ด้วยวิธีการเชิงปริมาณ (Quantitative Methods) เสริมด้วยวิธีการเชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) และใช้แบบแผนการทดลองแบบทดสอบกลุ่มเดียวสอบก่อน-หลัง (The One Group Pretest-Posttest Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test แบบ dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) พบว่า รูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 องค์ประกอบของรูปแบบ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ เน้นที่ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ขึ้นเองอย่างเป็นระบบ และผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมที่เน้นการร่วมมือกันเรียนรู้2) วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 6 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 เตรียมพร้อม (Y : Yare) ขั้นที่ 2 เชื่อมโยง  (A: Associate) ขั้นที่ 3 ช่วยเหลือ  (H: Help) ขั้นที่ 4 วิเคราะห์  (A: Analyses) ขั้นที่ 5 ทบทวน (R: Review) ขั้นที่ 6 สรุป (A: Abstract) 4) การวัดและประเมินผล 2 ด้าน คือ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ 5) เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ ประกอบด้วยผู้เรียนต้องความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นในการทำงาน รวมทั้งภาระงานที่มอบหมายให้ผู้เรียนต้องท้ายทายความสามารถของผู้เรียน มีความเหมาะสมกับระดับความรู้ความสามารถของผู้เรียนในระดับประถมศึกษา ผลการหาค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  ตามเกณฑ์ E1/E2 กับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เท่ากับ 80.35/81.52 ประสิทธิผลรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสรุปดังนี้                                 2.1 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถติที่ .01                                 2.2 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถติที่ .01                                 2.3 นักเรียนมีความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้หลังการเรียนตามรูปแบบการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามแนวของ YAHARA MODEL โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D = 0.66)

คลิกให้คะแนนโพสต์นี้
[Total: 0 Average: 0]