การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

เว็บบอร์ดหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

เรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย กนกศักดิ์ บัวทอง
ปีการศึกษา 2563
                                                                                                                             บทคัดย่อ
            การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ดังนี้ 3.1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3.2) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3.3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อขยายผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวนนักเรียน 22 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Cluster Random Sampling) กลุ่มทดลองเครื่องมือ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวนนักเรียน 29 คน และกลุ่มขยายผลรูปแบบครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวนนักเรียน 17 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ และ4) แบบประเมินความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test (Dependent Samples)
ผลการวิจัย
1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ครูส่วนใหญ่จัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบบรรยายเป็นหลัก เน้นการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนทำความเข้าใจความคิดรวบยอดในเนื้อหาบทเรียนกระบวนการเรียนรู้ไม่สนับสนุนให้นักเรียนฝึกคิด สังเคราะห์ เชื่อมโยงความรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเอง ขาดการสรุปความรู้และต่อยอดความคิด ไม่เน้นให้คิดวิธีการหาคำตอบที่หลากหลายหาความคิดใหม่น่าสนใจ หรือหาแนวทางในการหาคำตอบที่แตกต่างด้วยวิธีการใหม่ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียน นักเรียนไม่กล้าคิด ไม่กล้าถามการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ได้คิดและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ตระหนักรู้ (Cognition) ขั้นที่ 2 สะท้อนความคิด (Reflection) ขั้นที่ 3 คิดสร้างสรรค์ผลงาน (Elaborate To Create) ขั้นที่ 4 ประเมินคุณค่า (Assessment) ขั้นที่ 5 คิดเชื่อมโยง (Thinking) ขั้นที่ 6 แสดงผลงาน (Exhibition) ซึ่งผ่านการประเมินและรับรองรูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่านผลการประเมินและรับรองรูปแบบ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x-bar = 4.67, S.D. = 0.58) และรูปแบบมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.75/80.50
3. ประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80 ขึ้นไปและมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด 2) นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์โดยรวมอยู่ในระดับดี 3) นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ผลการขยายผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้ CREATE Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เรื่อง การสร้างงานนำเสนอด้วยโปรแกรมไมโครซอฟต์พาวเวอร์พอยต์ 2016 (Microsoft PowerPoint 2016) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80 ขึ้นไปและมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด 2) นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ โดยรวมอยู่ในระดับดี 4) นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

คลิกให้คะแนนโพสต์นี้
[Total: 0 Average: 0]