การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับก

กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #11018
    กาญจนา แสงศรี
    ผู้เยี่ยมชม

    ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL
    ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
    ชื่อผู้ศึกษา กาญจนา แสงศรี
    สถานที่ศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
    ปีการศึกษา 2561
    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3) ศึกษาผล
    การใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDLร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 40 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.81 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนมีค่าความเชื่อมั่น ( ) 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองค่าจากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว (t-test for Paired Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา
    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
    1. รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการเรียนการสอน มีขั้นตอนดังนี้ มีขั้นตอนดังนี้ (1) ขั้นกำหนดปัญหา (2) ขั้นทำความเข้าใจกับปัญหา (3) ขั้นดำเนินการศึกษาค้นคว้า (4) ขั้นสังเคราะห์ความรู้ (5) ขั้นสรุปและประเมินค่าของคำตอบ (6) ขั้นนำเสนอและประเมิน ผลงาน 4) ปัจจัยสนับสนุน และ5) การวัดและประเมินผล

    2. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีดังนี้
    2.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค
    KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 83.29/82.42
    2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    2.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.56 S.D=0.28)

    #11025
    กาญจนา แสงศรี
    ผู้เยี่ยมชม

    ชื่อรายงาน ผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะ
    หาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
    ชื่อผู้ศึกษา กาญจนา แสงศรี
    สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
    ปีการศึกษา 2560

    บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้
    การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 44 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1) แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร จำนวน 2 เล่ม (2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.81 และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น ( ) เท่ากับ 0.80 สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองค่าจากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว (t-test for Paired Samples)
    ผลการศึกษา พบว่า
    1.กแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.28/81.97 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
    2.กผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3.กความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.65 S.D = 0.29

กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้