ความประพฤติและการปฏิบัติวิชาชีพครู

บทบาทหน้าที่ของครูในการประกันคุณภาพภายใน

บทบาทหน้าที่ของครูในการประกันคุณภาพภายในควรเป็นดังนี้ 1.มีการเตรียมความพร้อมของตนเอง โดยทำการศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ วิธีการ ขั้นตอนในการประเมินผลภายใน รวมทั้งพยายามสร้างเจตคติที่ดีต่อการประเมินภายใน 2.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในการให้ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปที่คณะกรรมการประเมินผลภายในต้องการ 3.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งของการประเมินผลภายใน เช่น เข้าร่วมพิจารณาจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานด้านการประเมินผลภายในสถานศึกษา ร่วมกันพิจารณาจัดสร้างเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลลักษณะต่างๆ ในกระบวนการประเมินผลภายใน ร่วมกันทำการสำรวจเก็บข้อมูลที่คณะกรรมการสำรวจ ร่วมกันทำการวิเคราะห์ข้อมูล (หากมีความรู้ด้านการวิเคราะห์) ร่วมกันสรุปผลการประเมิน เป็นต้น 4.ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา ในการร่วมกันกำหนดจุดประสงค์ กำหนดมาตรฐานและตัวบ่งชี้ในการประเมินด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษาเอง และร่วมกันกำหนดเกณฑ์การตัดสินมาตรฐานและตัวบ่งชี้ในด้านต่าง ๆ 5.ปฏิบัติหน้าที่หลักหรือหน้าที่ประจำที่รับผิดชอบอย่างมีระบบ ตามกระบวนการและสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา เช่น ในหน้าที่การสอนต้องมีการพัฒนาหลักสูตรและแผนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ จัดเตรียมเนื้อหาสาระที่ถูกต้องเหมาะสมกับจุดประสงค์การเรียนการสอน จัดทำสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพตรงตามจุดประสงค์การเรียนการสอน จัดกิจกรรม วิธีการเรียนรู้ที่สร้างให้ผู้เรียนเกิดการค้นคว้าหาความรู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง เลือกวิธีการประเมินผลการเรียนหลากหลายและเหมาะสมรวบรวมผลสรุปผล ประเมินการเรียนการสอน พฤติกรรมของผู้เรียน นำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น อ้างอิง http://www.km.skn.go.th/research http://www.nb2.go.th https://www.dcc.ac.th https://www.scribd.com

งานพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณของวิชาชีพ หมายถึง  จรรยาบรรณวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ประกอบด้วย จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ,จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อสังคม งานพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ วัตถุประสงค์     1. เพื่อดำเนินการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณตามที่ กฎหมายกำหนด 2. เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง สร้างความเชื่อถือศรัทธา และ จูงใจ คนดี คนเก่ง เข้าสู่วิชาชีพครูให้มากขึ้น 3. เพื่อเป็นการประกันคุณภาพการจัดการศึกษา และคุ้มครอง ผู้บริโภค ผู้รับบริการ  ทางการศึกษาให้ได้รับอย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน เอกสาร/ หลักฐานอ้างอิง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘

หลักการบริหารเชิงพุทธศาสตร์

หลักการบริหารเชิงพุทธศาสตร์  ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ไว้ในสัปปุริสสูตร ( พระไตรปิฎกเล่มที่ 23) อันเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเชิงพุทธศาสตร์เพียงหลักธรรมหนึ่ง ให้ยึดหลักการอยู่ร่วมกันและรู้เท่าทันโลก หลักสัปปุริสธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ มี 7 ประการ คือ  ธัมมัญญุตา (Knowing the Law, Knowing the Cause) ความเป็นผู้รู้จักเหตุ คือ รู้ความจริง รู้หลักการ รู้กฎเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมได้ รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้จักหลักการที่จะทำ ให้เกิดผล รวมความว่า การบริหารจัดการในองค์กร ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล รู้จักการวิเคราะห์ความจริงที่เกิดขึ้น ตามธรรมชาติ อันว่า “ สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เป็นธรรมดา “ โดยพิจารณาหลักการและเกณฑ์แห่งเหตุผลมาบริหารจัดการองค์กร อัตถัญญุตา (Knowing the Meaning, Knowing the Purpose) ความเป็นผู้รู้จักผล หรือความมุ่งหมาย คือรู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย […]

การดำเนินการทางวินัย

สวัสดีครับผม วันนี้แอดมินมีเรื่องความรู้ของการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการครูมาฝากครับผม ซึ่งอยู่ในหมวดของ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู การดำเนินการทางวินัย หมายถึง กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินการในการลงโทษข้าราชการ ซึ่งเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่จะต้องกระทำ เมื่อข้าราชการมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ได้แก่ หลังจากที่ดำเนินการแล้วก็จะมีการ 1.กรณีวินัยไม่ร้ายแรง ได้แก่ 1.1. ผู้อํานวยการสถานศึกษา 1.2. ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1.3. นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวงเลขาธิการ อธิบดี 1.4 ตําแหน่งอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้กระทําผิดวินัย 2. กรณีร้ายแรง ได้แก่ 2.1. ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา53 (มาตรา 53 การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ภายใต้บังคับ มาตรา 45 วรรคหนึ่ง มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 58 มาตรา 64 มาตรา 65 มาตรา 66 และ มาตรา 67) 2.2. ผู้มีอํานาจลําดับชั้นสูงกว่าของผู้ถูกกล่าวหาคนหนึ่งคนใด ในกรณีที่กระทําผิดวินัยร่วมกันหลายคน (มาตรา98 วรรคสอง) 2.3. ผู้บังคับบัญชาของผู้มีอํานาจสั่งบรรจุ ระดับเหนือขึ้นไป (มาตรา100 วรรคหก) 2.4. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด นายกรัฐมนตรี 2.6. […]

หมวด 3  การกำหนดตำแหน่ง

มาตรา 38  ตำแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา  มี  3  ประเภท ดังนี้ ตำแหน่ง ซึ่งมีหน้าที่สอนในหน่วยงานการศึกษา ดังนี้ ครูผู้ช่วย =                มีได้ทุกหน่วยงาน ครู        =                มีได้ทุกหน่วยงาน  ( ครู สพฐ มีแค่ 2 ตำแหน่งนี้ ) อาจารย์  =                มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ =    มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา รองศาสตราจารย์ =      มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ศาสตราจารย์ =          มีได้เฉพาะหน่วยงานที่เปิดสอนระดับปริญญา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ดังนี้ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา อธิการบดี ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น […]

จรรยาบรรณครู

วันนี้แอดมินมี จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 มาฝากทุกท่านครับผม อาจจะเก่าแต่ก็มีหลายประเด็นให้น่าศึกษาครับผม จรรยาบรรณข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า หลักการ การแสดงออกของบุคคลในทางที่ดีเป็นผลมาจากสภาวะจิตใจที่ดีงาม และความเชื่อถือที่ถูกต้องของบุคคลที่มีความรักและเมตตาย่อมแสดงออกด้วยความปรารถนาในอันที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อบุคคลอื่นมีความสุภาพ ไตร่ตรองถึงผลแล้วจึงแสดงออกอย่างจริงใจ ครูจึงต้องมีความรักและเมตตาต่อศิษย์อยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นผลให้พฤติกรรมที่ครูแสดงออกต่อศิษย์ เป็นไปในทางสุภาพเอื้ออาทร ส่งผลดีต่อศิษย์ในทุก ๆ ด้าน คำอธิบาย ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า หมายถึง การตอบสนองต่อความต้องการ ความถนัด ความสนใจของศิษย์อย่างจริงใจ สอดคล้องกับการเคารพ การเห็นอกเห็นใจต่อลัทธิพื้นฐานของศิษย์จนเป็นที่ไว้วางใจเชื่อถือและชื่นชมได้รวมทั้งเป็นผลไปสู่การพัฒนารอบด้านอย่างเท่าเทียมกัน จรรยาบรรณข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ  หลักการ ครูที่ดีต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศิษย์ให้เจริญได้อย่างเต็ม ศักยภาพ และถือว่าความรับผิดชอบของตนจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อศิษย์ได้แสดงออกซึ่งผลแห่งการพัฒนานั้นแล้ว ครูจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพของศิษย์แต่ละคนและทุกคนเลือกกิจกรรมการเรียนที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับการพัฒนาตามศักยภาพนั้น ๆ ดำเนินการให้ศิษย์ได้ลงมือทำกิจกรรมการเรียน จนเกิดผลอย่างแจ้งชัด  และยังกระตุ้นยั่วยุให้ศิษย์ทุกคนได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อความเจริญงอกงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คำอธิบาย ครูต้องอบรมสั่งสอนฝึกฝนสร้างเสริมความรู้ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ หมายถึง การดำเนินงานตั้งแต่การเลือกกำหนดกิจกรรมการเรียนที่มุ่งผลต่อการพัฒนาในตัวศิษย์อย่างแท้จริงการจัดให้ศิษย์มีความรับผิดชอบ และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ตลอดจนการประเมินร่วมศิษย์ ในผลของการเรียนและการเพิ่มพูนการเรียนรู้ภายหลังบทเรียนต่าง ๆ ด้วยความปรารถนาที่จะให้ศิษย์แต่ละคนและทุกคนพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและตลอดไป […]

จริยธรรมที่เป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับครู

จริยธรรม หมายถึง สิ่งที่ควรประพฤติปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมยอมรับ เพื่อสังคมจะได้มีความสงบสุข จริยธรรมมีความสําคัญและมีประโยชน์ทั้งในการดําเนินชีวิตของแต่ละคน และของ สังคม จริยธรรมเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับครูที่มีภาพลักษณ์ของปูชนียบุคคล มี จริยธรรมหลัก ๆ 8 เรื่อง ที่ครูควรยึดมั่น คือ 1. การใฝ่ใจสัจธรรม 2. การใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา 3. เมตตากรุณา 4. สติสัมปชัญญะ 5. ความไม่ประมาท 6. ความซื่อสัตย์สุจริต 7. ความขยันหมั่นเพียร 8. ความมีหิริ-โอตตัปปะ จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ

ความหมาย “จรรยาบรรณ”

ความหมาย “จรรยาบรรณ” จรรยาบรรณหมายถึง ประมวลกฎเกณฑ์ความประพฤติ หรือประมวลมารยาทของผู้ประกอบอาชีพ นั้น ๆ ต้องเป็นเอกลักษณ์ทางวิชาชีพ ใช้ความรู้ มีองค์กรหรือสมาคมควบคุม 1. ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริม เกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ 2. หลักความประพฤติทิี่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีคุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ จรรยาบรรณเกิดขึ้นเพื่อ   มุ่งให้คนในวิชาชีพมีประสิทธิภาพ   ให้เป็นคนดีในการบริการวิชาชีพ   ให้คนในวิชาชีพมีเกียรติศักดิ์ศรีที่มีกฎเกณฑ์มาตรฐานจรรยาบรรณ จรรยาบรรณมีความสำคัญและจําเป็นต่อทุกอาชีพทุกสถาบันและหนว่ยงานเพราะเป็นที่ยึดเหนี่ยวควบคุมการประพฤติปฏิบัติ ด้วยความดีงาม สรุป  ที่มาของจรรยาบรรณ  ก็คือ รูปแบบหนึ่งของจริยธรรมในวงการวิชาชีพเป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์ให้ผุ้ประกอบวิชาชีพยึดถือปฏิบัติ  มีปกาศิตบังคับในระดับ “พึง”  คือพึงทำอย่างนั้น พึงทำอย่างนี้ ไม่ใช้เป็นการบังคับโดยเด็ดขาด  แต่ผลสัมฤทธิ์หรือเป้าหมายของจรรยาบรรณและศักดิ์ศรีของผู้ประกอบวิชาชีพโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคนและเพื่องาน  ดังนั้นในแต่ละวิชาชีพจึงได้กำหนดจรรยาบรรณมากำหนดบทบาทหน้าที่ และพฤติกรรมของสมาชิกในวงกรวิชาชีพ

อุดมการณ์ของความเป็นครู

อุดมการณ์ของความเป็นครู พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ครูอาวุโส เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2522 มีข้อความที่เกี่ยวกับลักษณะครูที่ดี 3 ประการ คือ “ความเป็นครูนั้นประกอบขึ้นด้วยสิ่งที่มีคุณค่าสูงหลายอย่าง อย่างหนึ่งได้แก่ ปัญญา คือ ความรู้ที่ดีประกอบด้วยหลักวิชาอันถูกต้อง ที่แน่นแฟ้นกระจ่างแจ้งในใจ รวมทั้งความฉลาดที่จะพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนกิจที่จะทำ คำที่จะพูดทุกอย่างได้โดยถูกต้อง ด้วยเหตุผลอย่างหนึ่ง ความดี คือ ความสุจริต ความเมตตากรุณา เห็นใจและปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยเสมอหน้าอีกอย่างหนึ่ง ความสามารถ ที่จะเผื่อแผ่และถ่ายทอดความรู้ความดีของตนเองไปยังผู้อื่นอย่างได้ผล ครู มีหลักการที่จะยึดไว้ประจำใจทุกขณะที่ประกอบภารกิจของครูมีอยู่ 5 ประการ คือ เต็มรู้ เต็มใจ เต็มเวลา เต็มคน เต็มพลัง 1. เต็มรู้ คือ มีความรู้บริบูรณ์ ด้วยความรู้ 3 ประการคือ ประการที่ 1 ความรู้ด้านวิชาการและวิชาชีพ ครูจะต้องแสวงหาความรู้ที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมให้ผู้เรียน เรียนอย่างครบถ้วนเหมาะสมตามระดับความรู้นั้น ประการที่ 2 ความรู้ทางโลก นอกเหนือจากตำราวิชาการครูแสวงหาความรู้รอบตัวด้านอื่น […]

กระบวนการกัลยาณมิตร การนิเทศแบบไม่นิเทศ

กระบวนการกัลยาณมิตร คือ กระบวนการประสานสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อจุดหมาย 2 ประการ คือ 1) ชี้ทางบรรเทาทุกข์ 2) ชี้สุขเกษมศานต์ โดยทุกคนต่างมีเมตตาธรรม พร้อมจะชี้แนะและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กระบวนการกัลยาณมิตร ช่วยให้บุคคลสามารถแก้ปัญหาได้โดยการจัดขั้นตอนตามหลักอริยสัจ 4  ดังนี้ หากพิจารณาแผนภูมิข้างต้น กระบวนการนิเทศโดยชี้ทางบรรเทาทุกข์ มีขั้นตอนคือ 1) การสร้างความไว้วางใจ 2) การกำหนดปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา 3) การศึกษา ค้นคว้า คิดวิเคราะห์ร่วมกันถึงเหตุปัจจัยแห่งปัญหา 4) การจัดลำดับความเข้มหรือระดับความซับซ้อนของปัญหา   การชี้สุขเกษมศานต์ มีขั้นตอนต่อมาคือ 1) การกำหนดจุดหมายของการแก้ปัญหา หรือวัตถุประสงค์ของภารกิจ 2) การวิเคราะห์ความเป็นไปได้หรือทางเลือก 3) การจัดลำดับวัตถุประสงค์และวิธีการ 4) การกำหนดวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมหลาย ๆ วิธี แผนภูมิขั้นตอนชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมศานต์นี้ นักการศึกษาส่วนใหญ่มุ่งนำ ไปใช้ในกิจกรรมการแนะแนว และการให้คำปรึกษา (Guidance and Counseling) แก่นักเรียนและนิสิต นักศึกษา อย่างไรก็ตามหากจะนำขั้นตอนดังกล่าวมาใช้ในการแก้ปัญหาทางการพัฒนาหลักสูตร […]

จริยธรรมของครู

จริยธรรมของครู ความหมายของจริยธรรม จริยธรรม(Ethics) มาจากคำว่า จริยะ+ธรรม จริยะ หมายถึง ความประพฤติหรือกริยาที่ควรประพฤติปฏิบัติ ธรรมะ หมายถึง คุณความดี เมื่อนำสองคำมารวมกันจึงหมายถึง ความประพฤที่ดีงาม จริยธรรมของครู หมายถึง ความประพฤติการกระทําตลอดจนความรู้สึกนึกคิดอันถูกต้องดีงามที่ครูควรประพฤติปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและลูกศิษย์เพื่อนร่วมงานและบุคคลทั่วไป 1. จริยธรรมต่อตนเอง ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2. จริยธรรมต่อบุตรธิดา เลี้ยงดูบุตรให้มีความสุข เหมาะสมกับฐานะตนเอง 3. จริยธรรมต่อภริยาหรือสามี ซื่อสัตย์ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน 4. จริยธรรมต่อบิดามารดา ตอบแทนพระคุณท่าน เลี้ยงดูท่านให้สุขสบาย 5. จริยธรรมต่อลูกศิษย์ ให้ความรักต่อลูกศิษย์เหมือนกับบุตรของตน 6. จริยธรรมต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ

การออกจากราชการ

การออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 107 ได้บัญญัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเมื่อ 1. ตาย 2. พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วย บําเหน็จบํานาญข้าราชการ 3. ลาออกจากราชการ และได้รับอนุญาตให้ลาออก หรือการลาออกมีผลตามมาตรา 108 – การลาออกต้องทำเป็นหนังสือ – ต้องยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน – การลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมัครับเลือกตั้ง ให้การลามีผลตั้งแต่วันที่ขอลาออก ต้องยื่นก่อนอย่างช้าในวันที่ลาออก – ผู้บังคับบัญชาสามารถยับยั้งการลาออกได้ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันขอลาออก – ผู้ขอลาออก สามารถถอนใบลาออกได้ แต่ต้องทำเป็นหนังสือยื่นให้ผู้มีอำนาจพิจารณา 4. สั่งให้ออกตามมาตรา 49 มาตรา 56 วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคหา มาตรา 103 มาตรา 110 มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 113 […]

ลักษณะความผิดที่เกี่ยวข้องกับวินัยข้าราชการครู

วินัย “วินัย” (Discipline) หมายถึง เครื่องควบคุมพฤติกรรมของคน คำว่า “วินัย” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ 2542 หมายถึง ระเบียบแบบแผนข้อบังคับ , ข้อปฏิบัติ ความหมายของการรักษาวินัย การรักษาวินัย หมายถึง การที่ข้าราชการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางวินัย ตามที่กฏหมายบัญญัติอย่างเคร่งครัด ระมัดระวัง ดูแลป้องกัน ไม่ฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยง หากพบว่ามีการกระทำผิดผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการทางวินัยทันที เพื่อมิให้เป็นเยื่องอย่างแก่ผู้อื่น จุดมุ่งหมายของวินัย ครูเป็นบุคคลที่สำคัญมากในการพัฒนางาน ตลอดจนถึงพัฒนาประเทศ ถ้าครูมีวินัยมีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าประเทศชาติจะต้องเจริญ วัตถุประสงค์ของวินัย 1. เพื่อส่งเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพของข้าราชการและรักษาประโยชน์ของทางราชการ 2. และมีจุดมุ่งหมายเพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการ ลักษณะของวินัย วินัยมีลักษณะเป็นข้อบัญญัติ เพื่อควบคุมและส่งเสริมให้ข้าราชการอยู่ในกรอบแห่งความประพฤติอันดีงาม ลักษณะของวินัยเป็นแบบแผนยึดถือปฏิบัติ (Norm) , ต้องปฏิบัติ (Do) , ห้ามปฏิบัติ (Don’t) ลักษณะความผิดที่เกี่ยวข้องกับวินัยข้าราชการครู หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าการกระทำอย่างใด ถือเป็นความผิดวินัย การกระทำนั้นมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของทางราชการหรือไม่ มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ มีผลกระทบต่อความผาสุกของประชาชนหรือไม่ มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของทางราชการหรือไม่

การย้ายข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ.2561

ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 8022 การย้ายข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ.2561 การดำเนินการย้ายข้าราชการครูและบคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ.2561 ซึ่งแอดมินเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ครูเราทุกคนต้องศึกษาต้องทราบต้องรู้ครับผม ก็เลยอยากนำเสนอเรื่องของการย้ายครับ  สำหรับท่านไหนที่อยากย้ายกลับบ้านขอให้ได้ย้ายด้วยเถิด…สาธุ อิอิ

สมรรถนะครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1. สมรรถนะหลัก (มี 5 สมรรถนะ) 1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2. การบริการที่ดี 3. การพัฒนาตนเอง 4. การทำงานเป็นทีม 5. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู 2. สมรรถนะประจำสายงาน (มี 6 สมรรถนะ) 1. การออกแบบการเรียนรู้ 2. การพัฒนาผู้เรียน 3. การบริหารจัดการชั้นเรียน 4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน 5. ภาวะผู้นำครู 6. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้ สมรรถนะที่ 1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน (Working Achievement Motivation) หมายถึง ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพและผลงานอย่างต่อเนื่อง สมรรถนะที่ 2 การบริการที่ดี (Service Mind) […]

ดาวน์โหลด PowerPoint จรรยาบรรณวิชาชีพครู

สวัสดีสมาชิกทุกท่านนะครับวันนี้เว็บไซต์ครูเชียงรายตอนเน็ต ก็มีพาวเวอร์พ๊อยมาแจกครับ เป็นPowerPointเกี่ยวกับข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพพ.ศ. 2556 จรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่งทางแอดมินได้จัดทำไว้ เพื่อให้ท่านที่สนใจได้ดาวน์โหลดไปศึกษาและนำไปปรับใช้ได้ตามความสะดวกวัตถุประสงค์ของการจัดเพื่อให้ทุกท่านได้มีความรู้เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครู หวังว่าพาวเวอร์พ๊อยจรรยาบรรณวิชาชีพครู จะมีประโยชน์ต่อท่านที่ประกอบวิชาชีพครูทุกคน ทางเว็บไซต์ครูเชียงราย ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาดาวน์โหลดและได้ร่วมกันแบ่งปันความรู้ครับผม ดาวน์โหลด จรรยาบรรณวิชาชีพครู

ความหมายของ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน

“ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน” หมายความว่า หลักฐานท่ีแสดงคุณสมบัติของผู้ถือว่ามีมาตรฐาน ความรู้วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภามีสิทธิประกอบวิชาชีพครูโดยอยู่ในความควบคุมของผู้บริหาร สถานศึกษา ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน เป็นหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ถือว่า มีความรู้วิชาชีพครูตามมาตรฐานวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด มีสิทธิ์ประกอบวิชาชีพครูได้ โดยอยู่ในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การมีความรู้มาตรฐานวิชาชีพครูนั้น ได้จากการสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูที่คุรุสภารับรอง หรือผ่านการรับรองความรู้ โดยการ เทียบโอน, อบรม, หรือทดสอบ ผู้มีมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูครบทั้ง 9 มาตรฐานแล้ว แต่ไม่มีประสบการณ์สอนในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน เมื่อมีประสบการณ์การสอนในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานครบ 1 ปี สามารถให้ผู้บริหารสถานศึกษาประเมินการปฏิบัติการสอนเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต่อไป อ้างอิงจาก ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๐ – ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าการกระทำอย่างใด ถือเป็นความผิดวินัย

วินัย “วินัย” (Discipline) หมายถึง เครื่องควบคุมพฤติกรรมของคน คำว่า “วินัย” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ 2542 หมายถึง ระเบียบแบบแผนข้อบังคับ , ข้อปฏิบัติ ความหมายของการรักษาวินัย การรักษาวินัย หมายถึง การที่ข้าราชการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางวินัย ตามที่กฏหมายบัญญัติอย่างเคร่งครัด ระมัดระวัง ดูแลป้องกัน ไม่ฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยง หากพบว่ามีการกระทำผิดผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการทางวินัยทันที เพื่อมิให้เป็นเยื่องอย่างแก่ผู้อื่น จุดมุ่งหมายของวินัย ครูเป็นบุคคลที่สำคัญมากในการพัฒนางาน ตลอดจนถึงพัฒนาประเทศ ถ้าครูมีวินัยมีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าประเทศชาติจะต้องเจริญ วัตถุประสงค์ของวินัย 1. เพื่อส่งเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพของข้าราชการและรักษาประโยชน์ของทางราชการ 2. และมีจุดมุ่งหมายเพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของข้าราชการ ลักษณะของวินัย วินัยมีลักษณะเป็นข้อบัญญัติ เพื่อควบคุมและส่งเสริมให้ข้าราชการอยู่ในกรอบแห่งความประพฤติอันดีงาม ลักษณะของวินัยเป็นแบบแผนยึดถือปฏิบัติ (Norm) , ต้องปฏิบัติ (Do) , ห้ามปฏิบัติ (Don’t) หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าการกระทำอย่างใด ถือเป็นความผิดวินัย การกระทำนั้นมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของทางราชการหรือไม่ มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ มีผลกระทบต่อความผาสุกของประชาชนหรือไม่ มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของทางราชการหรือไม่

มาตรา 96 โทษทางวินัย ของข้าราชการครู

มาตรา 96 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฎิบัติตามข้อปฎิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัยจักต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7 โทษทางวินัยมี 5 สถาน คือ  ภาคทัณฑ์ 2. ตัดเงินเดือน 3. ลดขั้นเงินเดือน 4. ปลดออก 5. ไล่ออก * ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ โทษ 5 สถาน ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 1. โทษสำหรับความผิดวินัยเพียง เล็กน้อย ได้แก่ ภาคทัณฑ์ และหากเป็นความผิดวินัยครั้งแรกจะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก็ได้ 2. โทษสำหรับความผิดวินัยที่ ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ได้แก่ ตัดเงินเดือน หรือ ลดขั้นเงินเดือน ซึ่งหากมีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษจากลดขั้นเงินเดือนเป็นตัดเงินเดือน หรือจากโทษตัดเงินเดือนเป็นภาคทัณฑ์ก็ได้ 3. โทษสำหรับการกระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรง ได้แก่ ปลดออก ไล่ออก ซึ่งหากมีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก (มาตรา99) * ถ้าผู้ถูกสั่งให้ออกเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. […]

หลักธรรมสำหรับครู

หลักธรรมสำหรับครู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานหลักคุณธรรมสำหรับคนไทยในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2525 ทั้งนี้เพื่อยึดถือปฏิบัติ มีอยู่ 4 ประการ คือ ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทนอดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจ สุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความสุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ร่มเย็น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครู จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49 กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน ประกอบด้วย มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หมายถึง ข้อกำหนดสำหรับผู้ที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพ จะต้องมีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอที่จะประกอบวิชาชีพ จึงจะสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในวิชาชีพให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ ทั้งความชำนาญเฉพาะด้านและความชำนาญตามลำดับคุณภาพของมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรืออย่างน้อยจะต้องมีการพัฒนาตามเกณฑ์ที่กำหนดว่ามีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญ เพียงพอที่จะดำรงสถานภาพของการประกอบวิชาชีพต่อไปได้หรือไม่ นั่นก็คือ การกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องต่อใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี มาตรฐานการปฏิบัติตน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประพฤติตนของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฏิบัติ เพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง ฐานะ เกียรติ และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ตามแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพที่คุรุสภาจะกำหนดเป็นข้อบังคับต่อไป หากผู้ประกอบวิชาชีพผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นจนได้รับการร้องเรียนถึงคุรุสภาแล้ว ผู้นั้นอาจถูกคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ 1) ยกข้อกล่าวหา 2) ตักเตือน 3) ภาคทัณฑ์ 4) พักใช้ใบอนุญาตที่กำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี และ 5) เพิกถอนใบอนุญาต […]

สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครู

ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง  สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครู  ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ        หมวด  ๑                                                                   ผู้ประกอบวิชาชีพครู สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานความรู้ 1. ภาษาและเทคโนโลยีสําหรับครู ประกอบด้วย (ก) สาระความรู้ ภาษาไทยสําหรับครู ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ สําหรับครู เทคโนโลยีสารสนเทศสําหรับครู (ข) สมรรถนะ    สามารถใช้ทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาไทยเพื่อการสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง สามารถใช้ทักษะในการฟ้ง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ เพื่อการสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน 2.การพัฒนาหลักสูตร ประกอบด้วย (ก) สาระความรู้    ปรัชญา แนวคิดทฤษฎี การศึกษา ประวัติ ความเป็นมาและระบบการจัดการศึกษาไทย วิสัยทัศน์และแผนพัฒนาการศึกษาไทย ทฤษฎีหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร มาตรฐานและมาตรฐานช่วงชั้นของหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ปัญหาและแนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร (ข) สมรรถนะ สามารถวิเคราะห์หลักสูตร สามารถปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรได้อย่างหลากหลาย สามารถประเมินหลักสูตรได้ทั้งก่อนและหลังการใช้หลักสูตร สามารถจัดทําหลักสูตร   […]

จริยธรรมสำหรับครู

จริยธรรมสำหรับครู จริยธรรม (Ethics) เป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นจิตสำนึกของบุคคล เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงามทั้งกายวาจาใจ เป็นปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมทางสังคม เป็นรากฐานของสันติสุขที่ยั่งยืน คนเป็นครูจึงควรต้องสร้างจิตสำนึกที่ดีงามให้เกิดขึ้นมนตนเอง ในสังคม ต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อวิชาชีพของตน จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพครู มีดังนี้ 1. จริยธรรมต่อตนเอง 2. จริยธรรมต่อบุตรธิดา 3. จริยธรรมต่อภริยาหรือสาม 4. จริยธรรมต่อบิดามารดา 5. จริยธรรมต่อลูกศิษย์ ครูต้องให้ความรักต่อลูกศิษย์เหมือนกับบุตรของตนเอง เพราะครูเปรียบเหมือนกับ บิดามารดาคนที่สองของศิษย์ ดังนั้น ครูต้องมอบความรักให้กับศิษย์ มีเมตตากรุณา มีความยุติธรรม ว่ากล่าวตักเตือนเมื่อศิษย์กระทำผิด ไม่เปิดเผยความลับของศิษย์เป็นต้น 6. จริยธรรมต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ

ความรู้เรื่อง การเกษียณอายุราชการ

การเกษียณอายุราชการ เป็นการพ้นจากการเป็นข้าราชการเพราะเหตุอายุครบกำหนดตามที่ส่วนราชการกำหนดไว้ การนับช่วงเวลาราชการ ให้เริ่นับตั้งแต่วันที่รับราชการที่ได้รับเงินเดือนจากเงินหมวดงบประมาณ ประเภทเงินเดือน จนถึงวันที่อายุครบเกษียณราชการ คือ 60 ปี – ข้าราชการที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม – 1 ตุลาคม จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 1 ตุลาคม ของ พ.ศ. ในปีที่เกิด บวก 60 – ข้าราชการที่เกิดตั้งแต่ 2 ตุลาคม – 31 ธันวาคม จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 1 ตุลาคม ของ พ.ศ. ในปีที่เกิด บวก 61 หมายเหตุ : ให้ศึกษาเพิ่มเติมจาก พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551, ฉบับที่ 3 พ.ศ. […]

ค่านิยมครู

ค่านิยมที่ครูควรยึดถือ แนวคิดหรือความประพฤติอันดีงามที่ครูควรยึดถือเป็นหลักประจำใจ และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ยึดถือนั้นเป็นประจำ

สรุป วินัยและการรักษาวินัยข้าราชการครู

สรุป พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย  ตั้งแต่ มาตรา 82 ถึง มาตรา 97 

สมรรถนะครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สมรรถนะครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย 1. สมรรถนะหลัก (มี 5 สมรรถนะ) 1.1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 1.2. การบริการที่ดี 1.3. การพัฒนาตนเอง 1.4. การทำงานเป็นทีม 1.5. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู

1 2 3 4
Loading...