กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฎิบัติราชการ

ลูกจ้างประจํา คือ ?

“ลูกจ้างประจำ” เป็นบุคลากรภาครัฐประเภทหนึ่ง ที่มีบทบาทหน้าที่หลักในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการนั้นๆ ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ก.พ. ได้จัดตำแหน่งลูกจ้างประจำตามลักษณะงานออกเป็น 4 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริการพื้นฐาน (งานให้บริการเป็นหลัก) กลุ่มงานสนับสนุน(งานช่วยปฏิบัติหรือสนับสนุนผู้ปฏิบัติภารกิจหลัก) กลุ่มงานช่าง (การปฏิบัติงานช่าง) และกลุ่มงานเทคนิคพิเศษ (ใช้ความสามารถทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว) “ลูกจ้างประจำ” ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา หรือส่วนราชการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเดิมเราจะคุ้นเคยกับคำว่า “นักการภารโรง” นั้น ปัจจุบันตำแหน่งนี้ไม่มีแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2553 ได้ปรับก็มีประเภทตำแหน่ง ตามที่ ก.พ. กำหนด แต่จะกำหนดให้มีตำแหน่งใดขึ้นอยู่กับลักษณะงานของส่วนราชการนั้นๆ หากเป็นสถานศึกษา หรือหน่วยงานจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ มีการกำหนดตำแหน่งลูกจ้างประจำใน 3 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานบริการพื้นฐาน ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย(ยาม) แม่บ้าน พนักงานบริการ พนักงานโสตทัศนศึกษา เป็นต้น กลุ่มงานสนับสนุน ได้แก่ พนักงานพิมพ์ดีด พนักงานห้องสมุด ครูช่วยสอน พนักงานขับรถยนต์ เป็นต้น กลุ่มงานช่าง ได้แก่ ช่างไฟฟ้า […]

บทบาทหน้าที่ของครูตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

บทบาทหน้าที่ของครูตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน วางแผนสร้างหน่วยการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดทำแผนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่สุด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนปฏิบัติจริงแสดงออกอย่างอิสระ และมีส่วนร่วมทุกกิจกรรม จัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ทั้งภายในภายนอกสถานศึกษา ชี้และจัดหาแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในชุมชน เช่นห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ แหล่งผลิตศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านฯลฯ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลที่ใฝรู้ ทันต่อเหตุการณ์ เป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม ปฏิบัติดีต่อเพื่อนครู และนักเรียน จัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนและสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ให้มีบรรยากาศดึงดูดกวามสนใจ ท้าทายให้ผู้เรียนอยากมีส่วนร่วม จัดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่สอคกล้องกับสภาพจริง โดยประเมินจากการปฏิบัติ การสังเกต การสัมภาษณ์ จากแฟ้มสะสมงาน ๆลๆ จัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ จัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยให้มีการประสานกันระหว่างสถานศึกษา บ้านและชุมชน เพื่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นอกจากนี้ยังมีทัศคติอื่นๆ ที่กี่ยวข้องกับบทบาทของครูดังนี้ 1. ทำการสอน อบรมนักเรียน ปฏิบัติตามกฏหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศและนโยบายของทางราชการ2. เอาใจใส่ในการสอน ปรับปรุงการเรียนการสอนให้สม่ำเสมอ3. ส่งเสริมและเผยเพร่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข4. อบรมสั่งสอนและผยเพร่ความรู้ ปลูกฝังวัฒนธรรม ก่านิยม เอกลักษณ์ไทย5. ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่ครูและนักเรียน6. เอาใจใส่ในการปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ทอดทิ้งหรือละทิ้งหน้าที่การงาน7. ช่วยเหลือกิจการของโรงรียนและรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย8. […]

การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ  โดยไม่บกพร่องหรือต่ำกว่ามาตรฐานวิชาชีพ มีดังนี้ 1. การมีวินัยและการพัฒนาตนเอง  หมายถึง  การมีวินัยในตนเอง  พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ  บุคลิกภาพ  และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ  เศรษฐกิจ สังคม  และการเมืองอยู่เสมอ 2. การรับผิดชอบต่อวิชาชีพ  หมายถึง  การรัก  ศรัทธา  ซื่อสัตย์สุจริต  และรับผิดชอบต่อวิชาชีพ  เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ 3. การแสดงความเอื้ออาทร  หมายถึง  การรัก  เมตตา  เอาใจใส่  ช่วยเหลือ  ส่งเสริม  ให้กำลังใจแก่ศิษย์  และ / หรือ ผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า 4. การส่งเสริมการเรียนรู้  หมายถึง  การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้  ทักษะ  และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์  และ / หรือ  ผู้รับบริการ  บทบาทหน้าที่อย่างเต็ม  ความสามารถ  ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 5. การเป็นแบบอย่าง  หมายถึง  การประพฤติ  ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี  ทั้งกาย  วาจาและจิตใจ 6. การช่วยเหลือเกื้อกูล  หมายถึง  […]

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา และ จรรยาบรรณของวิชาชีพ

การปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพครูเป็นการรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพครู ให้เป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สูงขึ้นเหมาะสมอยู่เสมอโดย การพัฒนาประจำการเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะและความชำนาญการ พัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ผลพัฒนาไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพให้องค์กรวิชาชีพครูพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อเนื่อง ตลอดจนการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  กรณีอื่นๆ มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ และคุณภาพ  ที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตาม ประกอบด้วย มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานการปฏิบัติตน จรรยาบรรณของวิชาชีพ   หมายถึง  จรรยาบรรณวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. ๒๕๔๘ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ประกอบด้วย จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อตนเอง,จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ,จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ,จรรยาบรรณต่อสังคม

ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๒)

ข้อบังคับคุรุสภาว่าตัวยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๒) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษารวมทั้งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีเพียงพอที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพได้ มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ หรือการแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการพัฒนางาน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสค์ และเป้าหมายการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษา รวมทั้งต้องฝึกฝนพัฒนาตนเองให้มีทักษะ หรือความชำนาญสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานการปฏิบัติตน หมายความว่า จรรยาบรรณของวิชาชีพที่กำหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการประพฤติปฏิบัติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องยึดถือปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและส่งสริมคียรติคุณชื่อเสียง และฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคม อันจะนำมาซึ่งเกียรติ และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ดาวน์โหลด ข้อบังคับคุรุสภา – ราชกิจจานุเบกษา ล่าสุด

มาตรฐานวิทยฐานะครู

มาตรฐานวิทยฐานะครู 1.ครูปฏิบัติการ ต้องจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีที่หลากหลาย แต่ยังต้องอาศัยคำแนะนำเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติ 2.ครูชำนาญการ ต้องมีการศึกษาวิจัยพัฒนาหลักสูตร โดยวิทยาการใหม่ๆ วิเคราะห์ผู้รียนอย่างเป็นระบบ พัฒนาองค์กรและทำงานเป็นทีม 3.ครูเชี่ยวชาญ ต้องคิดนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาพร้อมทั้งสามารถเผยเเพร่ความรู้ ให้คำปรึกษาแก่เพื่อนครูได้ พัฒนานักเรียนให้เกิดผลโดนตรงต่อครอบครัว ทำงานเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง 4.ครูเชี่ยวชาญพิเศษ เป็นผู้นำและสร้งผู้นำในการกิดกันนวัตกรรมมาพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปใช้องอิงได้ เป็นผู้นำในการแก้ปัญหาและวางระบบป้องกันปัญหา วิทยฐานะ ตัวชี้วัด 1. ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.1 การสร้างและหรือการพัฒนาหลักสูตร 1.2 การจัดการเรียนรู้ ได้แก่ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ , การจัดทำแผนการจัดการเรียน/แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)/แผนการสอนรายบุคคล (IIP)/แผนการจัดประสบการณ์ , กลยุทธ์ในการจัดการเรียนรู้ , คุณภาพผู้เรียน 1.3 การสร้างและการพัฒนา สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ 1.4 การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2. ด้านบริหารจัดการชั้นเรียน 2.1 การบริหารจัดการชั้นเรียน 2.2 การจัดระบบดูแลผู้เรียน 2.3 การจัดทำข้อมูลสารสนเทศ […]

การบริหารจัดการหลักสูตรระดับท้องถิ่น

ความสำคัญของการจัดทำหลักสูตรระดับท้องถิ่น             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 81 ระบุไว้ว่า รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรม ให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม    จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ   ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม   สร้างเสริมความรู้  และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง   เกี่ยวกับการเมือง  การปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย  ในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ   เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เพื่อการพัฒนาประเทศ   พัฒนาวิชาชีพครู และ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ             พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ   พุทธศักราช  2542   และที่แก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่2) พุทธศักราช 2545 มาตรา 7 ระบุว่า  กระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   รู้จักรักษา และส่งเสริมสิทธิ  หน้าที่ เสรีภาพ  ความเคารพกฎหมาย  ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์    มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย  รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และของประเทศชาติ  รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ  การกีฬา  […]

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เพื่อกำหนดขอบเขตในการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่น ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ดาวน์โหลดไฟล์แนบ ที่มา ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 พฤษภาคม 2562

การรายงาน ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

การรายงาน ด้านวินัย  คุณธรรม  จริยธรรม  และจรรยาบรรณวิชาชีพ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รายงานพฤติกรรมที่แสดงถึงความเป็นผู้มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 1. การมีวินัย : เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีวินัย โดยรักษาและปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อตกลงที่กำหนดไว้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ และเป็นแบบอย่างให้บุคคลอื่นในการประพฤติปฏิบัติในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น มีความสุข โดยอาศัยการฝึกอบรมให้รู้จักปฏิบัติตน รู้จักควบคุมตนเอง การปฏิบัติให้อยู่ในระเบียบวินัย 2. การประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี : ปฏิบัติงานด้วยความอุตสาหะ ขยัน อดทน มุ่งมั่น และรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยยึดหลักความพอเพียง ประหยัดคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักศาสนา ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีความเป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย ปฏิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และมีส่วนร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสิ่งแวดล้อม 3. การดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม : ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ละเว้นจากอบายมุขและสิ่งเสพติด เป็นผู้ใช้ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลและของทางราชการได้ถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตนที่เหมาะสมกับสถานภาพและตำแหน่งหน้าที่ มีการดำรงชีวิตที่ประหยัด มัธยัสถ์ อดออม เป็นที่ปรากฏ 4. […]

วินัยและการรักษาวินัยที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พึงปฏิบัติและห้ามปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย

สถานี ก.ค.ศ. วินัยและการรักษาวินัยที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พึงปฏิบัติและห้ามปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย สวัสดีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. มีเรื่องสำคัญมานำเสนอซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้บัญญัติไว้ให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาพึงปฏิบัติและห้ามปฏิบัติโดยจะขอนำเสนอจำนวน 2 มาตราในเบื้องตัน อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกท่านจะต้องนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด วินัยมีลักษณะเป็นข้อบัญญัติ เพื่อควบคุมและส่งเสริมให้ข้าราชการอยู่ในกรอบ แห่งความประพฤติอันดีงาม ระเบียบวินัยโดยทั่วไปมีไว้เพื่อให้บุคคลในสังคมปฏิบัติร่วมกัน ในทิศทางและแนวทางเดียวกันเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ สันติ เคารพในสิทธิ และหน้าที่ของกันและกัน วินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหมายถึง ข้อบัญญัติที่กำหนดเป็น ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามหมวด 6แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา82ถึงมาตรา97 ซึ่งอาจแยกได้ดังนี้ มาตรา 82 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติ เป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ มาตรานี้กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เป็นข้อห้ามและถือปฏิบัติในเรื่องวินัยอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ ทั้งใน และนอกเวลาราชการแต่ทั้งนี้การกระทำผิดวินัยตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องเป็นความผิด ที่ได้ทำในขณะที่มีสถานภาพเป็นข้ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่หากผู้ใดได้กระทำ ความผิดก่อนมีสถานภาพเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือก่อนบรรจุและแต่งตั้ง เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาย่อมไม่อาจถือเป็นความผิดวินัยและนำมาสั่งลงโทษ ทางวินัยได้ แต่อาจจะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปในการรับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ หากเข้าเหตุตามที่กฎหมายกำหนด และหากปรากฏภายหลัง เข้ารับราชการก็อาจต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน พราะเหตุขาดคุณสมบัติได้ มาตรา 83 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข […]

ดาวน์โหลดคู่มือเครื่องแบบลูกเสือ

กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย  เครื่องแบบลูกเสือ เครื่องแบบลูกเสือสำรอง                ๑.  หมวกทรงกลมมีกะบังหน้าหมวก  ทำด้วยผ้าสีกรมท่า ตัวหมวกเย็บด้วยผ้า ๖ ชิ้น แนวตะเข็บระหว่างชิ้นและขอบหมวกโดยรอบทาบด้วยด้ายหริไหมถักสีเหลือง เมื่อเข้าพิธีประจำกองแล้ว มีตราหน้าหมวกรูปหน้าเสือและอักษรใต้หน้าเสือว่า “ลูกเสือ” สีเหลืองบนผ้าสีกรมท่า ขลิบริมสีกรมท่ารูปไข่ ยาว ๔ ซม. กว้าง ๓.๕ ซม.               ๒.  เสื้อแขนสั้น แบบและสีตามที่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือแต่ละโรงเรียนกำหนด ให้สอดชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง               ๓.  ผ้าผูกคอรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านฐาน ๙๐ ซม. ด้านตั้ง ๖๕ ซม. สีตามที่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือแต่ละโรงเรียนกำหนด  และมีห่วงซึ่งไม่ใช่ห่วงกิลเวลล์สวมผ้าผูกคอ               ๔.  กางเกงขาสั้น  แบบและสีตามที่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือแต่ละโรงเรียนกำหนด               ๕.  เข็มขัดหนังสีน้ำตาล กว้างไม่เกิน ๓ ซม. หัวชนิดหัวขัด  ทำด้วยโลหะสีทอง มีลายดุนรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติภายในกรอบช่อชัยพฤกษ์               ๖.  ถุงเท้า รองเท้า […]

พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู

ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2550 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (11) (จ) มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ประกอบกับมติคณะกรรมการคุรุสภา ในการประชุม ครั้งที่ 2 :2550 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 โคยกวามเห็นชอบของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการคณะกรรมการคุรุสภา จึงออกข้อบังคับกรุสภาว่าด้วยเเบบแผนพฤติกรรมของวิชาชีพไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ข้อบังกับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับครุสภาว่าด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของ วิชาชีพ พ.ศ. 2550″ ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ไห้ไช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกมาเป็นต้นไป ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้ “แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ” หมายความว่า ประมวลพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างของการประประพฤติที่กำหนดขึ้นตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ ครู ผู้บริหารสถานศึกษาผู้บริหารการศึกษา เเละศึกษานิเทศก์ ต้องหรือพึงประพฤติปฏิบัติตาม ประกอบควบ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องพรือพึงประพฤติตามและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องหรือพึงละเว้น “จรรยาบรรณของวิชาชีพ” หมาขความถึง มาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังกับคุรุสภา […]

การสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครู

จากประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สั่งกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๒ การสั่งเลื่อนเงินเดือน 1. ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งเลื่อนเงินเดือนให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยความเห็นชอบของ กศจ. 2. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษนำผลการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการในสังกัด ซึ่ง อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้ความเห็นขอบแล้วเสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 3. สั่งเลื่อนเงินเดือนให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจัดให้มีการแจ้งผลการเลื่อนเงินเดือนแต่ละครั้ง 4. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละคนทราบเป็นข้อมูลเฉพาะแต่ละบุคคลการแจ้งผลการเลื่อนเงินเดือนให้ประกอบตัวย อัตราร้อยละที่ได้รับการเลื่อน ฐานในการคำนวณ จำนวนเงินที่ได้รับการเลื่อน และเงินเดือนที่พึงได้รับเมื่อได้รับการเลื่อนตามผลการเลื่อนเงินเดือนนั้น 5. ในกรณีที่ไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราขการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดให้แจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่สั่งเลื่อนเงินเดือน 6. การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ช่วยราชการระหว่าง สพท. ให้พิจารณา ดังนี้ 7. กรณีที่มาช่วยราชการระหว่างครึ่งปี โดยมีผลการปฏิบัติงานคาบเกี่ยวกันทั้งสองทางให้เขตพื้นที่การศึกษาที่ข้าราชการมาช่วยราชการนำผลการปฏิบัติงานในช่วงก๊อนที่จะช่วยราชการมาประกอบการพิจารณาแล้วแจ้งผลการพิจารณาไปยัง สพท. ตันสังกัดเพื่อดำเนินการสั่งเลื่อนเงินเดือน 8. กรณีที่มาช่วยราชการ โดยมีผลการปฏิบัติงานทางเขตพื้นที่การศึกษาที่ช่วยราชการครบครึ่งปี ให้เขคพื้นที่การศึกษาที่ข้าราชการมาช่วยราชการเป็นผู้พิจารณา แล้วแจ้งผลการพิจารณาไปให้ สพท. ต้นสังกัดเพื่อดำเนินการสั่งเลื่อนเงินเดือน 9. การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับการเลื่อนหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ (ย้าย) หรือรับโอนมาจากส่วนราชการอื่นในระหว่างครึ่งปี ของการเลื่อนเงินเดือนแต่ละครั้ง ให้เขคพื้นที่การศึกษาที่รับย้ำยหรือรับโอนเป็นผู้ดำเบินการสั่งเลือนเงินเดือน โดยนำผลการปฏิบัติงานจากเขตพื้นที่การศีกษา หรือส่วนราชการเดิมมาประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนด้วย 10. […]

ความเป็นมาของจรรยาบรรณครูไทย

จรรยาบรรณครู หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับความประพฤติหรือการปฏิบัติตนของผู้ประกอบวิชาชีพครู เพื่อรักษาหรือส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของความเป็นครู จรรยาบรรณของครูไทย มีการบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรและมีกฎหมายรองรับเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2506 โดยอาศัยอำนาจบังคับของ พ.ร.บ.ครู พ.ศ. 2488  คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาประกาศใช้ระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณครูพ.ศ.2539ขึ้นโดยได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 7พฤษภาคม พ.ศ. 2539 มี 9 ข้อดังนี้ 1. ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษา เล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า   2. ครูต้องอบรมสั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ   3. ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ   4. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์ 5. ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์กระทำการใดๆอันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ 6. ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง 7. ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู  8. ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ 9. […]

การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย ใหม่ล่าสุด ว19

หลักสูตรแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๗/ว ๑๙ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๑) หลักการ ๑. การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มสำหรับผู้ที่ใด้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เป็นการพัฒนาเพื่อเตรียมความพรัอมที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จึงได้กำหนดหลักสูตรการพัฒนาสำหรับครูผู้ช่วย ๒. การพัฒนาครูผู้ช่วยตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนดนี้ เป็นการพัฒนาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งและมีการประเมินผลการพัฒนาตามระยะเวลาที่กำหนด วัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ และบุคลิกลักษณะของครูผู้ช่วย ด้านการปฏิบัติงานในวิชาชีพครู ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นครูที่ดีได้ โครงสร้างหลักสูตร หมวดที่ ๑ วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ หมวดที่ ๒ การจัดการเรียนการสอน หมวดที่ ๓ การบริหารจัดการชั้นเรียน หมวดที่ ๔ การมีส่วนร่วมการพัฒนาในสถานศึกษาและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หมวดที่ ๕ ทักษะการใช้ภาษาและเทคโนโลยีดิจิทัล   สาระการพัฒนา […]

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ความหมายของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ หลักฐานการอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๔๔๖ มีสิทธิประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ ซึ่งออกให้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๖ ที่กำหนดให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ยกเว้น ผู้มิได้ประกอบวิชาชีพผลักด้านการเรียนการสอน บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย การจัดการศึกษาในศูนย์การเรียน ผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต หรือแสดงด้วยวิธีการใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพ รวมทั้งสถานศึกษาที่รับผู้มิได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา จะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๘ และ ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติสภาครูเเละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งของรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา โดยจัดการศึกษา ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน […]

สิทธิข้าราชการ บำเหน็จบำนาญข้าราชการบำนาญ

ข้าราชการเมื่อเกษียณอายุราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง กลายเป็นข้าราชการบำนาญ แต่คำว่า “เกษียณ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีความหมายว่า “สิ้นไป” ซึ่งใช้เกี่ยวกับการกำหนดอายุ ก็ยกตัวอย่าง เช่น เกษียณอายุราชการ ของข้าราชการ ก็จะหมายถึงการสิ้นกำหนดเวลารับราชการหรือการทำงาน ปัจจุบันประเทศไทย ถือกำหนดให้บุคคลที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ต้องเกษียณอายุพ้นจากสภาพการทำงานเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการทำงานที่ตรากตรำมาหลายปี   พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๘ ข้าราชการซึ่งมีอายุครบหกสิบปืบริบูรณ์แล้วเป็นอันพ้นจากราชการเมื่อ สิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ กวามในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สมุหราชองกรักษ์ รองสมุหราชองกรักษ์ ข้าราชการการเมือง เถะข้าราชการซึ่งมีกฎหมาขบัญญัติเรื่องการพ้น จากราชการ ไว้เป็นอย่างอื่น การพ้นจากราชการของข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สมุหราชองครักษ์เเละรองสมุหราชองครักษ์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย” บำเหน็จบำนาญ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้าราชการ หมายถึง ทหารและข้าราชการพลเรือน ทหาร หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และพลทหารประจำการ ข้าราชการพลเรือน หมายถึง – […]

การขอเบิกเงินสวัสดิการค่าการศึกษาบุตร

การขอเบิกเงินสวัสดิการค่าการศึกษาบุตร เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร หมายถึง เงินที่ทางราชการช่วยเหลือเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาสำหรับบุตรของข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ และลูกจ้างประจำ ได้แก่ 1. ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ ซึ่งรับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากเงินงบประมาณ รายจ่ายหมวด เงินเดือนหรือค่าจ้างประจาของกระทรวง กรม ยกเว้น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจที่อยู่ระหว่างเข้ารับการอบรมในสถานศึกษาของกรมตำรวจซึ่งเป็น การศึกษาอบรมก่อนเข้าปฏิบัติราชการประจำ ลูกจ้างชาวต๊างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้าง 2. ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ และทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด บุตร หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุครบ 3 ปีแต่ไม่เกิน 25 ปี ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น บุตรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินการศึกษาของบุตร ได้แก่ บุตรคนที่ 1 ถึงคนที่ 3 โดยนับเรียงตามลำดับเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการ สมรสครั้งใด หรืออยู่ในอำนาจปกครองของตนหรือไม่ กรณีผู้มีสิทธิผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรยัง ไม่ครบ 3 คน ต่อมามีบุตรแฝดทำให้จำนวนบุตรเกิน 3 คน ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับสวัสดิการสำหรับบุตรคนที่ 1 ถึงคนสุดท้าย แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากคู่สมรส […]

การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ควรศึกษา๑.  การประกอบวิชาชีพทางการศึกษา         ๑.๑  บทบาทคุรุสภาตามกฎหมายสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา         ๑.๒  มาตรฐานวิชาชีพ                     (๑)  มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ                     (๒)  มาตรฐานการปฏิบัติงาน                     (๓)  มาตรฐานการปฏิบัติตน         ๑.๓  การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ         ๑.๓  การดำเนินการกรณีผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ๒.  แนวทางการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ    พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖    กำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม  ประกอบด้วย วิชาชีพครู วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา วิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ศึกษานิเทศก์)  หลักการของวิชาชีพชั้นสูง ๑.    มีบริการต่อสังคมที่ไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาชีพอื่น๒.    มีระยะเวลาศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพยาวนาน พอสมควร  อย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป๓.    มีเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ๔.    มีจรรยาบรรณวิชาชีพ๕.    มีองค์กรวิชาชีพ

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕.” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๖ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙ “การเบิกจ่ายเงินและหลักฐานการจ่ายซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามที่ กระทรวงการคลังกำหนด” ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ ข้อ ๗ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้วินิจฉัย การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน […]

การเปิดเผยความลับของทางราชการ

การเปิดเผยความลับของทางราชการ ถ้าพฤติการณ์เป็นการ แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ถือได้ว่าเป็นกรณีทุจริต ต่อหน้าที่ราชการ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย อย่างร้ายแรง จะต้องลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ ถ้าไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นความ ผิดกรณีไม่รักษาความลับของทางราชการ เป็นความผิดวินัย ไม่ร้ายแรง ก็ลงโทษลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือนหรือภาคทัณฑ์ ตามความร้ายแรง แห่งกรณี กรณีประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ความลับของทางราชการ ถูกเปิดเผย เป็นความผิดวินัยกรณีประมาทเลินเล่อ ในหน้าที่ราชการตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ถ้าเป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ถือว่าเป็นความผิด วินัยอย่างร้ายแรง ต้องลงโทษปลดออกจากราชการ ถ้าเกิด ความเสียหายแก่ราชการไม่ถึงร้ายแรง ก็ลงโทษลดขั้น เงินเดือน ตัดเงินเดือนหรือภาคทัณฑ์ ตามควรแก่กรณีได้ ถ้าเป็นความลับเกี่ยวกับข้อสอบให้พิจารณาความร้ายแรง โดยคำนึงถึงระดับความสำคัญของการสอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 2. ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2547 3. ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. […]

คุณธรรมของครูตามข้อเสนอของคุรุสภา

คุณธรรมของครู คุณธรรมของครูเป็นคุณลักษณะหรือองค์ประกอบส่วนสำคัญที่สุดในความเป็นครูของผู้ประกอบวิชาชีพครู เป็นสิ่งที่เกื้อกูลให้ครูปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่เคารพนบนอบของสังคม จรรยาบรรณครูเป็นกฎกติกาที่กำหนดให้ผู้ที่อยู่ในวงการวิชาชีพครูประพฤติปฏิบัติตน เพื่อให้สังคมยอมรับ และยังเป็นการควบคุมให้ผู้ประกอบวิชาชีพใช้วิชาชีพเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด คุณธรรมสูงสุดสำหรับครูไทย คือการเป็นผู้มีมัชฌิมาปฏิปทาเป็นผู้เดินทางสายกลางในการดำรงชีวิต คือเป็นคนมีความสว่าง มีความสะอาดและมีความสงบในดวงใจ ไม่สับสนวุ่นวายในการดำรงชีวิต คุณธรรมของครู 1.มีความเมตตากรุณา 2.มีความยุติธรรม 3.มีความรับผิดชอบ 4.มีวินัย 5.มีความขยัน 6. มีความอดทน 7. มีความประหยัด 8. มีความรักและศรัทธาในอาชีพครู 9. มีความเป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงาน และการดำรงชีวิต อริยมรรค : คุณธรรมที่พึงประสงค์ของครูไทย 1.สัมมาทิฏฐิ  การเห็นชอบ 2.สัมมาสังกัปปะ  การดำริชอบ 3.สัมมาวาจา  การพูดจาชอบ 4.สัมมากัมมันตะ  การทำการงานชอบ 5.สัมมาอาชีวะ  การเลี้ยงชีวิตชอบ 6. สัมมาวายามะ  การเพียรชอบ 7. สัมมาสติ  การระลึกชอบ 8. สัมมาสมาธิ  ความตั้งใจมั่นชอบ อริยมรรคจำแนกเป็น 3 กลุ่ม 1.สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสังกัปปะเป็นเรื่องของปัญญาหรือความสว่าง 2.สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ […]

หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ส่งพร้อมหนังสือสํานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๗/ว๒0 ลงวันที่ 10 ตุลาคม ๒๕๖๐) เพื่อให้การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปโดย โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้อาศัยอํานาจตามมาตรา ๑๙ (๔) และ ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับข้อ ๗ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ก.ค.ศ. จึงกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ ๑. หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป ๒. ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดหลักการปฏิบัติตนที่เหมาะสมและปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้บังคับบัญชาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน โดยนําผลการประเมินไปใช้ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้(๑) การเลื่อนเงินเดือน และค่าตอบแทนอื่น ๆ (๒) […]

การกำหนดจำนวนครั้งการลาและการมาทำงานของข้าราชการ

การกำหนดจำนวนครั้งการลาและการมาทำงานให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ สพฐ. ที่ ศธ 4009/ว 458 ลงวันที่ 25 มกราคม 2553) ดังนี้ 1.1 เกณฑ์ที่ถือว่า “ลาบ่อยครั้ง” (ก) ลาเกิน 6 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติรายการในสถานศึกษา (ข) ลาเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน สำหรับข้าราชการที่ลาเกินจำนวนครั้งที่กำหนด แต่วันลาไม่เกิน 15 วันทำการและมีการปฏิบัติงานดีเด่น ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน อาจพิจารณาผ่อนผันให้เลื่อนเงินเดือนได้ 1.2 เกณฑ์ที่ถือว่า “มาทำงานสายเนือง ๆ” (ก) มาทำงานสายเกิน 8 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา (ข) มาทำงานสายเกิน 9 ครั้ง สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน หลักเกณฑ์อนุโลมใช้กับลูกจ้างประจำด้วย กรณีข้าราชการที่มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการคาบเกี่ยวระหว่างสถานศึกษากับสำนักงานให้ใช้เกณฑ์ “การลาบ่อยครั้ง” ตามข้อ 1.1 (ข) และเกณฑ์ “การทำงานสายเนื่องๆ”ตามข้อ 1.2 (ข) อ้างอิงศึกษาเพิ่มเติม […]

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ได้จัดทําขึ้นในช่วงเวลา ของการปฏิรูปประเทศท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเชื่อมโยงกันใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยได้น้อมนําหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานําทางในการพัฒนาประเทศต่อเนื่องจาก แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙-๑๑ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง เกิดภูมิคุ้มกัน และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและ ยั่งยืน ในการจัดทําแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ ครั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทําบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔) ซึ่งเป็นแผนแม่บท หลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย ๔.๐ ตลอดจนประเด็นการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้น ได้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนทั้งในระดับกลุ่มอาชีพ ระดับภาค และ ระดับประเทศในทุกขั้นตอนของแผนฯ อย่างกว้างขวางและต่อเนื่องเพื่อร่วมกันกําหนดวิสัยทัศน์และ ทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งร่วมจัดทํารายละเอียดยุทธศาสตร์ของแผนฯ […]

จรรยาบรรณครู

จรรยาบรรณครู จรรยาบรรณ หมายถึงจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม จากการสัมมนาของสำนักงานคณะกรรม การศึกษาแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2522 ได้สรุปนิยามไว้ว่าจริยธรรม คือแนวทางประพฤติปฏิบัติตนเพื่อการบรรลุถึงสภาพชีวิตอันทรงคุณค่าพึงประสงค์หรือ จรรยาบรรณ คือ ประมวลพฤติกรรมที่กำหนด ลักษณะมาตรฐานการกระทำของครู อันจะทำให้วิชาชีพครูก้าวหน้าอย่างถาวร โดยที่ครูจะต้องดำเนินการเรียนการสอนโดยการยึดจรรยาบรรณต่อวิชาชีพต่อผู้เรียน และต่อตนเอง ในการทำหน้าที่ของครูให้สมบูรณ์  จรรยาบรรณวิชาชีพครู จรรยาบรรณในวิชาชีพ หมายถึงประมวลมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องประพฤติปฏิบัติเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อผดุงเกียรติและสถานะของวิชาชีพนั้นก็ได้ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณ จะต้องได้รับโทษโดยว่ากล่าว ตักเตือน ถูกพักงาน หรือถูกยกเลิกใบประกอบวิชาชีพได้ จรรยาบรรณในวิชาชีพ จะเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะจำแนกอาชีพว่าเป็นวิชาชีพหรือไม่ อาชีพที่เป็น “วิชาชีพ” นั้นกำหนดให้มีองค์กรรองรับ และมีการกำหนดมาตรฐานของความประพฤติของผู้อยู่ในวงการวิชาชีพซึ่งเรียกว่า “จรรยาบรรณ“ ส่วนลักษณะ “วิชาชีพ ” ที่สำคัญคือ เป็นอาชีพที่มีศาสตร์ชั้นสูงรองรับ มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวิชาชีพมีการจัดการสอนศาสตร์ดังกล่าวในระดับอุดมศึกษาทั้งการสอนด้วยทฤษฏีและการปฏิบัติจนผู้เรียนเกิดความชำนาญ และมีประสบการณ์ในศาสตร์นั้น นอกจากนี้จะต้องมีองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนมี “จรรยาบรรณในวิชาชีพ” เพื่อให้สมาชิกในวิชาชีพดำเนินชีวิตตามหลักมาตรฐานดังกล่าวหลักที่กำหนดในจรรยาบรรณวิชาชีพทั่วไป คือ แนวความประพฤติปฏิบัติที่มีต่อวิชาชีพต่อผู้เรียน ต่อตนเอง และต่อสังคม ดังนี้           […]

การดําเนินการกรณีผู้ประกอบวิชาชีพประพฤติผิดจรรยาบรรณ

การดําเนินการกรณีผู้ประกอบวิชาชีพประพฤติผิดจรรยาบรรณ บุคคล ซึ่งได้รับความเสียหาย หรือบุคคลอื่นซึ่งพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพประพฤติผิดจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ มีสิทธิกล่าวหาหรือกล่าวโทษผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น โดยทําเป็นหนังสือยื่นต่อคุรุสภา ภายใน 1 ปี นับ แต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ การกล่าวหา หรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 1. ทําเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคําสุภาพ โดยมีสาระสําคัญ ดังนี้ • ชื่อ ที่อยู่ของผู้กล่าวหา/กล่าวโทษ และของผู้ถูกกล่าวหา/กล่าวโทษ • บรรยายพฤติกรรมทั้งหลายที่อ้างว่าเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพพร้อมทั้งข้อเท็จจริง เช่น ใคร ทําอะไร ที่ไหน อย่างไร และพยานหลักฐาน เช่น พยานบุคคล พยานเอกสารหรือพยานวัตถุ ตามสมควร เพียงพอให้เข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี • ลายมือชื่อผู้กล่าวหา/กล่าวโทษ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 2. การยื่นเรื่องกล่าวหา/กล่าวโทษให้ทําหนังสือถึงประธานกรรมการคุรุสภา ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ หรือเลขาธิการคุรุสภาแล้วแต่กรณี โดย • ยื่นด้วยตนเอง • ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ • มอบให้บุคคลอื่นดําเนินการแทน • วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากําหนด สําหรับวันยื่นเรื่อง จะนับจากวันที่ลงในประทับตราลงทะเบียนรับเรื่อง หรือวันที่ไปรษณีย์ต้นทางออกใบรับฝาก […]

1 2 3 4
Loading...